โครงการแนะนำจากแสนสิริ

ข้อมูลการเงิน


คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะ
ทางการเงินและผลการดำเนินงาน

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สำหรับงวดสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดยมีรายละเอียดดังนี้

ในปี 2562 แสนสิริมีรายรับรวมทั้งสิ้น 26,291 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3 จากจำนวน 27,164 ล้านบาทในปี 2561 เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากการขายโครงการ ซึ่งเป็นรายได้หลักของแสนสิริ ซึ่งลดลงที่ร้อยละ 11 สำหรับกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ) ของปี 2562 มีจำนวน 2,392 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ) จำนวน 2,046 ล้านบาทในปี 2561

รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์

รายได้จากการขายโครงการในช่วงปี 2560-2562 สามารถวิเคราะห์แบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์ได้ตามตารางด้านล่างนี้

  ปี 2560 ปี 2561 ปี 2552
ล้านบาท ร้อยละ ล้านบาท ร้อยละ ล้านบาท ร้อยละ
บ้านเดี่ยว 11,401 43.7 12,552 58.2 10,957 57.3
ทาวน์เฮาส์ / อาคารพาณิชย์ 1,751 6.7 2,235 10.4 2,499 13.1
มิกซ์ 30 0.1 160 0.7 292 1.5
คอนโดมิเนียม 12,989 49.5 6,605 30.7 5,368 28.1
รวม 26,080 100.0 21,552 100.0 19,126 100.0

 

สำหรับปี 2562 แสนสิริมีรายได้จากการขายโครงการจำนวน 19,126 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11 จากรายได้จากการขายโครงการจำนวน 21,552 ล้านบาทในปี 2561 ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งเกิดจากในปี 2562 โครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ส่วนใหญ่ในปี 2562 นั้น เป็นการดำเนินการภายใต้บริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กับ กลุ่มโตติว คอร์ปอเรชั่น ซึ่งรายได้จากการขายโครงการภายใต้บริษัทร่วมทุนจะไม่ได้ปรากฏอยู่ในรายได้จากการขายโครงการ ส่งผลให้รายได้จากการขายโครงการในปี 2562 มีจำนวนลดลง สำหรับรายได้จากการขายโครงการในปี 2562 แบ่งเป็นรายได้จากการขายโครงการบ้านเดี่ยวร้อยละ 57 จำนวน 10,967 ล้านบาท รายได้จากการขายโครงการคอนโดมิเนียมร้อยละ 28 จำนวน 5,368 ล้านบาท รายได้จากการขายโครงการทาวน์เฮาส์ร้อยละ 13 จำนวน 2,499 ล้านบาท และรายได้จากการขายโครงการมิกซ์ร้อยละ 2 จำนวน 292 ล้านบาท

สำหรับรายได้จากการขายโครงการบ้านเดี่ยวในปี 2562 ปรับลดลงที่ร้อยละ 13 จากจำนวน 12,552 ล้านบาท ในปี 2561 มาอยู่ที่จำนวน 10,967 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากโครงการบ้านแสนสิริ พัฒนาการ โครงการบุราสิริ พัฒนาการ และโครงการเศรษฐสิริ พหล-วัชรพล ทั้งนี้ มีรายรับจาก 3 โครงการรวม 3,346 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17 ของรายได้จากการขายโครงการทั้งหมด

สำหรับรายได้จากการขายโครงการทาวน์เฮาส์ในปี 2562 มีจำนวน 2,499 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้ รายได้จากการขายโครงการทาวน์เฮาส์ มาจากโครงการ 4 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการสิริ เพลส นวนคร โครงการสิริ เพลส สุขสวัสดิ์-พระราม3 โครงการสิริ เพลส กัลปพฤกษ์-สาทร และโครงการสิริ เพลส รังสิต ทั้งนี้ มีรายรับจาก 4 โครงการรวม 1,294 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7 ของรายได้จากการขายโครงการทั้งหมด

รายได้จากการขายโครงการคอนโดมิเนียมในปี 2562 มีจำนวน 5,368 ล้านบาท ปรับลดลงที่ร้อยละ 19 จากจำนวน 6,605 ล้านบาทในปี 2561 ทั้งนี้ โครงการลา กาซิตา โครงการ ไนน์ตี้ เอท ไวร์เลส โครงการดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท โดม-รังสิต และโครงการดีคอนโด หาดใหญ่ เป็นโครงการที่มีรายได้สูงสุด 4 อันดับแรก ตามลำดับ โดยรายรับรวมจาก 4 โครงการดังกล่าว มีจำนวน 3,425 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18 ของรายได้จากโครงการเพื่อขายทั้งหมด

ในปี 2562 แสนสิริมีรายได้จากการขายโครงการมิกซ์อยู่ที่ 292 ล้านบาทจาก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการอณาสิริ อยุธยา โครงการอณาสิริ มะลิวัลย์ และโครงการอณาสิริ บางใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 2 ของรายได้จากโครงการเพื่อขายทั้งหมด

รายรับค่าบริการอสังหาริมทรัพย์

สำหรับปี 2562 แสนสิริมีรายได้จากโครงการเพื่อเช่าเท่ากับ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากจำนวน 85 ล้านบาทในปี 2561 ในขณะที่รายรับค่าบริการธุรกิจในปี 2562 มีจำนวน 4,601 ล้านบาท เพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 7 จากจำนวน 4,311 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

โดยในเดือนสิงหาคม ปี 2562 นี้ แสนสิริได้ลงทุนเพิ่มในธุรกิจการบริหารโรงแรม ภายใต้แบรนด์ The Standard ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมระดับโลก และยังมีแผนที่จะขยายกิจการอย่างต่อเนื่องตามหัวเมืองใหญ่ในทุกมุมโลก โดยแสนสิริได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ส่งผลให้มีการบันทึกรายได้จากธุรกิจการบริหารโรงแรมจากผลประกอบการในช่วงเวลา 4 เดือน เป็นจำนวน 145 ล้านบาท

นอกจากนี้ แสนสิริมีรายได้จากการขายวัสดุเพิ่มขึ้นจาก 2 ล้านบาท ในปี 2561 เป็น 44 ล้านบาท ในปี 2562 รวมถึงรายได้ค่าบริการอื่น ซึ่งประกอบด้วย รายได้จากธุรกิจโรงแรมและรายได้จากธุรกิจโรงเรียน รวมจำนวน 303 ล้านบาท เพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 2 จากปีก่อนหน้า

ต้นทุนขาย ต้นทุนขาย และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ต้นทุนขาย

สำหรับปี 2562 ต้นทุนโครงการเพื่อขายเท่ากับ 13,577 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับต้นทุนโครงการเพื่อขายในปี 2561 ตามการลดลงของรายได้จากการขายโครงการ ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของปี 2562 อยู่ที่ร้อยละ 29.0 ปรับตัวลดลงจากร้อยละ 32.1 ในปี 2561 สำหรับต้นทุนโครงการเพื่อเช่าในปี 2562 มีจำนวน 82 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากจำนวน 72 ล้านบาทในปี 2561 ในส่วนของต้นทุนบริการธุรกิจนั้นเพิ่มขึ้นจากจำนวน 3,549 ล้านบาทในปี 2561 มาอยู่ที่ 3,730 ล้านบาทในปี 2562 โดยในปี 2562 มีต้นทุนค่าบริหารโรงแรมจำนวน 398 ล้านบาท จากแผนการขยายตัวของโรงแรมภายใต้การบริหารของ The Standard อย่างรวดเร็วในอนาคต นอกจากนี้ ต้นทุนขายวัสดุ เพิ่มขึ้นจาก 3 ล้านบาท ในปี 2561 เป็น 38 ล้านบาทในปีนี้ ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ สำหรับต้นทุนบริการอื่น ได้แก่ ต้นทุนธุรกิจโรงแรมและต้นทุนธุรกิจโรงเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า

ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารในปี 2562 เท่ากับ 4,644 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.7 ของรายได้รวม ปรับลดลงจากปีก่อนหน้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ร้อยละ 20.5 ของรายได้รวม สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายในปี 2562 จำนวน 1,927 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.3 ของรายได้รวม ปรับลดลงจากจำนวน 2,593 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.6 ของรายได้รวมในปี 2561 เนื่องจากสามารถบริหารค่าใช้จ่ายทางการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารในปี 2562 (รวมค่าตอบแทนผู้บริหาร) มีจำนวน 2,717 ล้านบาท ลดลงที่ร้อยละ 8 จากจำนวน 2,962 ล้านบาทในปีก่อนหน้า

ค่าใช้จ่ายทางการเงิน

ค่าใช้จ่ายทางการเงินในปี 2562 อยู่ที่ 936 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากจำนวน 570 ล้านบาทในปี 2561 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการชะลอการเปิดตัวโครงการ ส่งผลให้ที่ดินบางส่วนยังคงอยู่ระหว่างกระบวนการออกแบบและการวางแผนด้านการตลาด ยังไม่ได้นำมาพัฒนาโครงการ ทำให้ดอกเบี้ยของที่ดินดังกล่าว ไม่สามารถบันทึกเป็นต้นทุนได้

กำไรสุทธิ

สำหรับปี 2562 แสนสิริและบริษัทย่อยบันทึกกำไรสุทธิเท่ากับ 2,392 ล้านบาท เพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิจำนวน 2,046 ล้านบาทในปี 2561 โดยในปี 2562 มีอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 9.1 ของรายได้รวม ปรับเพิ่มขึ้นจากอัตรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 7.5 ของรายได้รวมในปี 2561 ทั้งนี้ อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับปี 2562 อยู่ที่ร้อยละ 21.5 ของกำไรก่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล

สินทรัพย์

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 แสนสิริและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม เป็นจำนวน 108,336 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 12,979 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 โดยสินทรัพย์หมุนเวียน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีจำนวน 74,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 3,841 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ในขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีจำนวน 33,753 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 9,138 ล้านบาทเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของที่ดินรอการพัฒนา

หนี้สิน

หนี้สินรวมของแสนสิริและบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีจำนวน 76,461 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 จำนวน 11,957 ล้านบาท ประกอบด้วยหนี้สินหมุนเวียน จำนวน 28,240 ล้านบาท ลดลง 885 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียน จำนวน 48,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12,842 ล้านบาท ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 แสนสิริและบริษัทย่อยมีหนี้สินเฉพาะส่วนที่มีดอกเบี้ย 57,867 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 48,179 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เท่ากับ 2.40 เท่า และหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Gearing Ratio) ตามนิยามในข้อกำหนดสิทธิเท่ากับ 1.82 เท่า ทั้งนี้ บริษัทยังคงสามารถดำรงอัตราส่วนทางการเงินได้ตามที่กำหนดไว้กรณีที่ออกตราสารหนี้ กล่าวคือ กำหนดให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เกินกว่า 2.5 ต่อ 1

โดยนิยาม “หนี้สิน” หมายถึง หนี้สินรวมตามที่ปรากฏในงบการเงินรวม ซึ่งรวมถึงภาระผูกพันทางการเงินและส่วนของหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ผู้ออกหุ้นกู้เข้าค้ำประกัน อาวัล หรือ ก่อภาระผูกพันอื่นใดในลักษณะเดียวกันให้แก่บุคคลใดๆ หรือนิติบุคคลอื่น (การค้ำประกันไม่รวมถึงกรณีที่บุคคลอื่นเข้าผูกพันตนเป็นผู้ค้ำประกันผู้ออกหุ้นกู้ หรือเป็นผู้ค้ำประกันบริษัทย่อย) อย่างไรก็ดี ภาระผูกพันทางการเงินและส่วนของหนี้สินดังกล่าวข้างต้น ไม่หมายความรวมถึงภาระผูกพันทางการเงินและส่วนของหนี้สินที่เกิดขึ้นกับเจ้าหนี้ทางการค้า รายรับล่วงหน้า หรือหนี้ใดๆ ของผู้ออกหุ้นกู้ที่ไม่มีภาระดอกเบี้ย และหนี้สินตามสัญญาเช่า

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ส่วนของผู้ถือหุ้นของแสนสิริ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีจำนวน 31,875 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,022 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 ทั้งนี้ แสนสิริได้จ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิของปี 2561 จำนวน 1,432 ล้านบาท

กระแสเงินสด

แสนสิริและบริษัทย่อย มีเงินสดสุทธิยกมาจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 เท่ากับ 3,933 ล้านบาท แสนสิริมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 7,287 ล้านบาท เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนจำนวน 1,112 ล้านบาท และเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 6,702 ล้านบาท เป็นผลให้แสนสิริและบริษัทย่อยมีเงินสดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 จำนวน 2,132 ล้านบาท สำหรับกิจกรรมดำเนินงาน แสนสิริมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 17,212 ล้านบาท ในการนี้ แสนสิริใช้กระแสเงินสดไปในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจำนวน 24,189 ล้านบาท สำหรับกิจกรรมลงทุน แสนสิริใช้เงินสดไปในการให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกันและจ่ายซื้อเงินลงทุนในบริษัทร่วม จำนวน 2,785 ล้านบาท และจำนวน 1,173 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับกิจกรรมจัดหาเงิน แสนสิริใช้กระแสเงินสดจ่ายไปในการชำระคืนเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยให้แก่สถาบันการเงินรวมจำนวน 8,287 ล้านบาท จ่ายชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนจำนวน 4,000 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลจำนวน 1,432 ล้านบาท

อัตราส่วนสภาพคล่อง

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 แสนสิริและบริษัทย่อย มีอัตราส่วนสภาพคล่องเท่ากับ 2.64 เท่า ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.43 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียนที่ร้อยละ 5 เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ในขณะที่หนี้สินหมุนเวียนลดลงที่ร้อยละ 3 จากตั๋วแลกเงิน ซึ่งปรับลดลงจาก 5,875 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 มาอยู่ที่ 1,383 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 แสนสิริมีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเท่ากับร้อยละ 7.63 ปรับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.62 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ (Net Profit) ที่ร้อยละ 17 ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.33 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 มาอยู่ที่ร้อยละ 2.35 สำหรับอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.09 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 มาอยู่ที่ 2.40 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวมจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาว และการเสนอขายหุ้นกู้ชนิดไม่มีประกัน

อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 แสนสิริและบริษัทย่อย มีอัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ยเท่ากับ -2.51 เท่า ปรับลดลงจาก -1.80 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานมาอยู่ที่ 7,287 ล้านบาท

อัตราส่วนความสามารถในการชำระภาระผูกพัน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 แสนสิริและบริษัทย่อย มีอัตราส่วนความสามารถในการชำระภาระผูกพันเท่ากับ -0.40 เท่า ปรับลดลงจาก -0.25 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานเป็น 7,287 ล้านบาท ในปี 2562 จาก 5,807 ล้านบาทในปีก่อนหน้า