โครงการแนะนำจากแสนสิริ

ข้อมูลองค์กร


สารจากแสนสิริ

     ในปี 2559 ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะมีหลายปัจจัยช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในส่วนของเสถียรภาพทางการเมือง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วยการลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนโอนและจดจำนอง ตลอดจนการอนุมัติการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาล อย่างไรก็ดี จากภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และเศรษฐกิจไทยโดยรวมยังทยอยฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น หากพิจารณาถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ของทั้งปี 2559 แล้ว จัดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบ


     ในส่วนของบริษัทร่วมทุนกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส ได้มีการเปิดโครงการร่วมทุนในปี 2559 อีกจำนวน 5 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทร่วมทุนยังคงสามารถขยายตลาดสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่องด้วยยอดขายจากตลาดต่างประเทศกว่า 5,000 ล้านบาท หรือเติบโตจากปี 2558 ที่ร้อยละ 43 นอกจากนี้ จากการที่ บีทีเอส ชนะงานประมูลสัมปทานลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือง บริษัทคาดการณ์ว่าบริษัทร่วมทุนจะได้รับประโยชน์จากการเปิดตัวโครงการในอนาคต ในทำเลศักยภาพตลอดเส้นทางการเดินรถของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายนี้


     เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี ที่แสนสิริได้ตอบแทนสู่สังคมผ่านการส่งเสริมเยาวชนใน 3 ด้านหลักคือ สุขภาพ การศึกษา และกีฬา โดยในปีที่ผ่านมา แสนสิริได้ลงนามเพื่อขยายความร่วมมือต่อเนื่องจากโครงการ “พื้นที่ปลอดภัย” (The Good Space) ไปสู่การส่งเสริมการฉีดวัคซีนให้กับเยาวชนในแคมป์ก่อสร้าง พร้อมด้วยพันธมิตรคือ องค์การยูนิเซฟ กระทรวงสาธารณสุข และองค์การอนามัยโลก อย่างไรก็ดี แสนสิริมีแผนที่จะมุ่งเน้นการทำธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางธุรกิจ


     สุดท้ายนี้ บริษัทคงไม่สามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีมาโดยตลอดจากท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า สถาบันการเงิน สื่อมวลชน รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่าน ที่ได้ให้การสนับสนุนบริษัทเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านเป็นอย่างดีในปีต่อๆ ไป



โกวิทย์ โปษยานนท์
ประธานกรรมการ

โกวิทย์ โปษยานนท์ ประธานกรรมการ

     ในปีที่ผ่านมา การดำเนินธุรกิจยังคงต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง ถึงแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในประเทศเริ่มฟื้นตัวแต่สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยภาพรวมยังคงไม่ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์มากนัก บริษัทจึงได้มีการปรับแผนธุรกิจและรูปแบบของการขายเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ ในรอบปี ทั้งนี้เพื่อสร้างผลกำไรสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวโครงการใหม่ 20 โครงการ มูลค่ารวม 46,222 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 7 โครงการ มูลค่า 12,933 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์ 3 โครงการ มูลค่า 1,470 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 10 โครงการ มูลค่า 31,819 ล้านบาท ในการนี้ บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 31,100 ล้านบาท โดยเป็นยอดขายจากต่างประเทศ 5,418 ล้านบาท นับว่าเป็นยอดขายชาวต่างชาติสูงที่สุดของแสนสิริ นับเป็นความสำเร็จในการรุกตลาดต่างประเทศของบริษัท นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีมีการส่งมอบโครงการภายใต้บริษัทร่วมทุนเป็นโครงการแรกคือ เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 71 โดยโครงการดังกล่าวมีสัดส่วนของลูกค้าต่างชาติถึงร้อยละ 48


     สำหรับปี 2559 แสนสิริสามารถสร้างรายรับรวม 34,395 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับรายรับรวมในปี 2558 และมีกำไรสุทธิ 3,380 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.24 บาท โดยมีรายได้มาจากธุรกิจหลักคือการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจำนวน 30,099 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขายโครงการบ้านเดี่ยวจำนวน 9,616 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 32 ของรายได้จากการขายโครงการทั้งหมด รายได้จากการขายโครงการทาวน์เฮาส์จำนวน 1,224 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4 ของรายได้จากการขายโครงการทั้งหมด และรายได้จากการขายโครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 19,260 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 64 ของรายได้จากการขายโครงการทั้งหมด


     ความสำเร็จในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศในปีที่ผ่านมา ทำให้ในปี 2560 บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการเปิดตลาดใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้า สร้างรายได้ และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อว่า พนักงานและผู้บริหารทุกคนของแสนสิริต้องทำงานกันอย่างหนัก เพื่อให้บริษัทสามารถก้าวหน้าไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ในฐานะตัวแทนของบริษัท ผมขอขอบคุณพนักงานทุกคนที่ได้ทุ่มเทกำลังและความสามารถอย่างเต็มที่ เพื่อให้แสนสิริเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มั่นคงรายหนึ่งของประเทศไทย พร้อมกันกับการมุ่งเน้นการตอบแทนคืนสู่สังคม อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน



อภิชาติ จูตระกูล
ประธานอำนวยการ

อภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ