โดย Sansiri Editorial Team
อัปเดต :  29/12/2025
โดย Sansiri Editorial  
อัปเดต :  29/12/2025 โฮมแคร์
กระเบื้องร่อน ระเบิด หลุด กร่อนเกิดจากอะไร ซ่อมอย่างไร  | แสนสิริ

ปัญหากระเบื้องระเบิดหรือกระเบื้องร่อน เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในบ้าน สาเหตุหลักมักมาจากการปูกระเบื้องที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การใช้ปูนซีเมนต์ผสมทรายแทนปูนกาว เทปูนไม่ทั่วแผ่น ปูชิดเกินไป ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้กระเบื้องเบียดโก่งตัวหรือระเบิดได้

ผลกระทบจากปัญหากระเบื้องระเบิด ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อพื้นหรือผนังบ้าน แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย การแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องซ่อมแซมอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต


Highlight



กระเบื้องระเบิด คือการที่กระเบื้องเกิดการโก่งตัวมากเกินไปจนแตกและหลุดออกจากพื้น


กระเบื้องระเบิดหรือกระเบื้องร่อนคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองแบบเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมสภาพของกระเบื้องปูพื้นหรือผนัง มีลักษณะและสาเหตุที่คล้ายคลึงกัน ดังนี้


  • กระเบื้องระเบิด

    คือ การที่กระเบื้องเกิดการโก่งตัวมากเกินไปจนแตกและหลุดออกจากพื้น ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการปูกระเบื้องที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การทาปูนกาวซีเมนต์ไม่เต็มแผ่นส่งผลทำให้ความชื้นสามารถเข้าไปสะสมอยู่ใต้แผ่นกระเบื้องได้ รวมถึงการปูกระเบื้องชิดกันมากเกินไปจนเกิดการเบียดกันของแผ่นกระเบื้องจนเกิดการระเบิด

  • กระเบื้องร่อน

    คือ กระเบื้องที่อาจหลุดออกมาเป็นแผ่น ๆ สาเหตุหลักมาจากการใช้ปูนซีเมนต์ผสมทรายแทนปูนกาวปูกระเบื้อง ซึ่งมีค่าการยึดเกาะที่ต่ำกว่า ทำให้กระเบื้องหลุดร่อนได้ง่าย

  • กระเบื้องโก่ง

    คือ พื้นกระเบื้องหรือผนังดันตัวขึ้นจากตำแหน่งเดิมจนเสียระดับอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเกิดจากการที่กระเบื้องเกิดการขยายตัวหรือเคลื่อนที่อย่างรุนแรง แต่ไม่มีพื้นที่ว่างเพียงพอให้รองรับแรงดังกล่าว สาเหตุหลักมาจาก การหดตัวและขยายตัว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ การปูที่ชิดกันเกินไป จนไม่เหลือร่องยาแนว หรืออาจเกิดจากปัญหาโครงสร้าง เช่น บ้านทรุดตัว การแก้ไขควรรื้อและปูใหม่โดยเว้นร่องยาแนวให้ได้มาตรฐาน


ตารางเปรียบเทียบกระเบื้องระเบิดและกระเบื้องร่อน


​​อาการ

ลักษณะ

สาเหตุหลัก

​กระเบื้องระเบิด

​กระเบื้องโก่งตัวมากจนแตกและดีดหลุดออกจากพื้น

​ปูกาวซีเมนต์ไม่เต็มแผ่นทำให้เกิดความชื้นสะสม

​กระเบื้องร่อน

​กระเบื้องหลุดหรือเกือบหลุดเป็นแผ่น ๆ

​ใช้ปูนทรายซึ่งยึดเกาะได้น้อยกว่าแทนกาวซีเมนต์

​กระเบื้องโก่ง

​กระเบื้องดันตัวขึ้นจากระดับเดิมอย่างเห็นได้ชัด

​กระเบื้องเกิดการขยายตัวหรือเคลื่อนที่อย่างรุนแรง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ หรือการปูที่ชิดกันเกินไป​


กระเบื้องระเบิดสังเกตได้จากการที่แผ่นกระเบื้องเกิดโก่งตัวออกจากพื้น


ทำไมกระเบื้องถึงระเบิดได้ เกิดจากอะไร?

ลักษณะของกระเบื้องระเบิดสังเกตได้ไม่ยาก โดยสังเกตได้จากการที่แผ่นกระเบื้องเกิดโก่งตัวออกจากพื้น จากนั้นหลุดหรือแตกแยกออกจากกัน ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้


  1. การปูกระเบื้องชิดเกินไป

หากปูกระเบื้องโดยไม่เว้นร่องยาแนวให้เหมาะสม เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงกระเบื้องจะขยายตัวและดันกันจนกระเบื้องโก่งหรือระเบิดได้


  1. การใช้ปูนซีเมนต์ผสมทราย

การใช้ปูนซีเมนต์ผสมทรายแทนปูนกาวที่มีแรงยึดเกาะสูง จะทำให้กระเบื้องยึดติดกับพื้นผิวไม่แน่นหนา ส่งผลให้เกิดการหลุดร่อนหรือโก่งตัวได้ง่าย


  1. การปูแบบซาลาเปา

การใช้ปูนซีเมนต์ผสมทรายแทนปูนกาวที่มีแรงยึดเกาะสูง จะทำให้กระเบื้องยึดติดกับพื้นผิวไม่แน่นหนา ส่งผลให้เกิดการหลุดร่อนหรือโก่งตัวได้ง่าย


  1. พื้นผิวก่อนปูไม่พร้อม

พื้นผิวที่ไม่เรียบหรือมีความขรุขระหากไม่ได้รับการปรับปรุงก่อนการปูอาจทำให้กระเบื้องยึดติดไม่ดีและเกิดปัญหาในภายหลัง


  1. ความชื้นสะสม

เมื่อความชื้นสะสมใต้พื้นหรือผนังกระเบื้อง ทำให้กาวซีเมนต์เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากปูกระเบื้องแล้วทากาวไม่เต็มแผ่น จะเกิดช่องว่างใต้กระเบื้องที่น้ำสามารถเข้าไปขังได้ ความชื้นนี้จะทำให้การยึดเกาะแย่ลง เมื่อประกอบกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่สร้างแรงดันไอน้ำด้านใต้ เกิดการดันตัวจนกระเบื้องหลุดร่อนหรือระเบิดออกมาในที่สุด


  1. การทรุดตัวของโครงสร้าง

เมื่อโครงสร้างอาคารเกิดการทรุดตัว ไม่ว่าจะจากฐานรากหรือชั้นดินด้านล่าง จะเกิดการบิดตัวและถ่ายเทแรงดันจำนวนมากไปยังพื้นผิวที่ปูกระเบื้อง ซึ่งแรงดันนี้จะบีบอัดกระเบื้องเข้าหากัน โดยเฉพาะบริเวณที่ปูชิดหรือมีการยึดเกาะไม่ดี ทำให้กระเบื้องไม่สามารถรับแรงดันที่เกิดขึ้นได้ และถูกดันเด้งออกมาอย่างรุนแรงหรือที่เรียกว่ากระเบื้องระเบิด


  1. การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ

เมื่ออุณหภูมิของสภาพแวดล้อมเกิดร้อน-เย็นสลับกัน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระเบื้องระเบิดได้ เพราะกระเบื้องและกาวซีเมนต์จะเกิดการขยายและหดตัวตามอุณหภูมิ การยืดหดซ้ำ ๆ ทำให้กระเบื้องระเบิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากช่างปูกระเบื้องชิดเกินไป จนไม่มีพื้นที่ให้วัสดุขยายตัว แรงดันที่เกิดขึ้นจึงบีบอัดจนถึงจุดที่กระเบื้องดีดตัวออก


  1. ทาปูนซีเมนต์ไม่เต็มแผ่น

การทาปูนกาวซีเมนต์เป็นขั้นตอนการปูกระเบื้องที่มีความสำคัญ ไม่แพ้ขั้นตอนไหน ๆ หากช่างทาปูนซีเมนต์ไม่เต็มแผ่น จะทำให้เกิดช่องว่างหรือโพรงอากาศอยู่ใต้กระเบื้อง ช่องว่างเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งสะสมความชื้น แต่ยังทำให้การยึดเกาะไม่สม่ำเสมอ เมื่อกระเบื้องขยายตัวตามอุณหภูมิ แรงกดจะกระจุกตัวอยู่บริเวณที่ทากาวไว้เท่านั้น ทำให้เกิดความเค้นสูงและขาดการรองรับที่มั่นคง ส่งผลให้กระเบื้องแตกหักหรือหลุดออกได้ง่าย


  1. น้ำซึมเข้าตามร่องกระเบื้อง

เมื่อมีน้ำซึมเข้าตามร่องกระเบื้อง เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะหากการยาแนวไม่มีคุณภาพหรือมีรอยแตกร้าว น้ำจะซึมไปสู่ชั้นปูนกาวด้านล่าง เมื่อมีความชื้นสะสมอย่างต่อเนื่อง กาวซีเมนต์จะเสื่อมสภาพ และยึดเกาะได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อพื้นผิวต้องรับแรงกดหรือความร้อนที่ทำให้เกิดไอน้ำใต้พื้น กระเบื้อง กระเบื้องที่ยึดเกาะไม่แน่นจึงถูกดันให้ระเบิดออกมา


  1. เลือกใช้ปูนซีเมนต์ปูกระเบื้องที่ไม่ได้คุณภาพ

การเลือกใช้ปูนซีเมนต์ปูกระเบื้องที่ไม่ได้คุณภาพ มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาในระยะยาวตามมา เนื่องจากปูนเหล่านั้นมีคุณสมบัติการยึดเกาะที่ต่ำ และไม่ทนทานต่อความชื้นและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ กระเบื้องจึงหลุดร่อนง่าย เมื่อมีแรงดันจากการหดตัวหรือการทรุดตัวเพียงเล็กน้อย ทำให้เกิดปัญหาการระเบิดตามมา


วิธีตรวจสอบว่ากระเบื้องร่อนหรือไม่?


  • เคาะเบา ๆ ที่พื้นหรือผนัง

    ใช้เหรียญ ด้ามไขควง หรือวัตถุแข็งเคาะเบา ๆ เป็นจังหวะไปทั่วแผ่นกระเบื้อง บริเวณที่ปูนกาวมีการยึดเกาะแน่นดีจะให้เสียงทึบ หรือเสียงแน่น แต่หากได้ยินเป็นเสียงก้อง เสียงกลวงแสดงว่ามีโพรงอากาศ หรือปูนกาวไม่เต็มแผ่น กระเบื้องแผ่นนั้นเสี่ยงที่จะร่อนหรือหลุดร่อนออกมาได้ในอนาคต


  • พื้นผิวที่ยกตัวขึ้นเล็กน้อย

    เมื่อมองจากด้านข้างหรือใช้มือลูบบนพื้นผิว จะรู้สึกว่ากระเบื้องโก่ง หรือยกตัวขึ้นสูงกว่าแผ่นที่อยู่ข้าง ๆ อย่างผิดปกติ เป็นสัญญาณอันตรายว่ากระเบื้องกำลังถูกแรงดันจากด้านล่าง เช่น การขยายตัว หรือการทรุดตัว จนทำให้ขาดการยึดเกาะกับพื้นผิวเดิม และเตรียมตัวจะระเบิดหรือดีดตัวออกมา


  • มีรอยแตกหรือรอยร้าวรอบ ๆ กระเบื้อง

    รอยแตกหรือรอยร้าวที่เกิดขึ้นบริเวณร่องยาแนว รอบขอบกระเบื้อง หรือแม้แต่รอยแตกที่ตัวกระเบื้องเอง เป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะตรงกลางหรือขอบมักเกิดจากแรงเค้น (Stress) และแรงกดดันที่สะสมอยู่ใต้แผ่นกระเบื้อง เพราะกาวเสื่อมสภาพทำให้เกิดการเคลื่อนตัว ส่งผลให้ร่องยาแนวเกิดรอยร้าว ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่กระเบื้องเริ่มร่อนหรือถูกบีบอัดอย่างรุนแรง



การซ่อมกระเบื้องร่อน


วิธีซ่อมแซมและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องเมื่อกระเบื้องระเบิด

เมื่อเกิดปัญหากระเบื้องระเบิดหรือกระเบื้องร่อน ควรดำเนินการซ่อมแซมอย่างถูกต้องตามขั้นตอนดังนี้


  1. กำจัดกระเบื้องที่เสียหาย

การซ่อมกระเบื้องร่อนหรือระเบิดควรเริ่มด้วยการรื้อกระเบื้องที่เกิดปัญหาออก โดยระวังไม่ให้กระเบื้องที่อยู่รอบข้างเสียหายตามไปด้วย


  1. ตรวจสอบสภาพโครงสร้าง

การตรวจสอบสภาพโครงสร้างของพื้นหรือผนังเดิม เพื่อหาว่าปัญหาเกิดจากอะไร เกิดความเสียหายระดับไหน หรือมีความเสียหายอื่น ๆ หรือไม่ เพราะหากโครงสร้างเดิมมีปัญหา ความเสียหายจะกลับมาเกิดซ้ำแม้จะปูกระเบื้องใหม่แล้วก็ตาม ดังนั้นการตรวจสอบสภาพโครงสร้างจะช่วยซ่อมแซมรอยร้าวโครงสร้างให้ได้มาตรฐานและปรับระดับพื้นให้เรียบเสมอกันก่อน จึงจะเริ่มปูกระเบื้องใหม่ได้อย่างถูกวิธี


  1. เตรียมพื้นผิว

ทำความสะอาดพื้นผิวที่ต้องการปูกระเบื้องใหม่ให้เรียบและปราศจากฝุ่นหรือสิ่งสกปรก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของปูนกาวให้ยึดเกาะได้ดี


  1. ผสมปูนกาว

ใช้ปูนกาวที่มีคุณภาพผสมตามอัตราส่วนที่ผู้ผลิตกำหนดให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วกวนอีกครั้งก่อนใช้งาน


  1. ปูกระเบื้องใหม่ ให้ได้มาตรฐาน

การซ่อมกระเบื้องร่อนหรือปูแผ่นใหม่ให้ทาปูนกาวที่ด้านหลังกระเบื้องและพื้นผิวที่เตรียมไว้ จากนั้นนำกระเบื้องลงไปติด กดให้แน่น และปรับระดับให้เรียบเสมอกับกระเบื้องเดิม


  1. เว้นร่องยาแนว

ควรเว้นร่องยาแนวระหว่างกระเบื้องอย่างน้อย 3 มิลลิเมตร เพื่อป้องกันการขยายตัวของกระเบื้องเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง


  1. ยาแนวกระเบื้อง

หลังจากปูกระเบื้องเสร็จและปล่อยให้ปูนกาวแห้งสนิทแล้ว ให้ยาแนวด้วยวัสดุที่มีคุณภาพเพื่อป้องกันน้ำและสิ่งสกปรกซึมเข้าใต้กระเบื้อง


วัสดุที่ใช้ในการซ่อมกระเบื้องร่อนมีอะไรบ้าง?


  • กาวซีเมนต์คุณภาพสูง

    เป็นวัสดุที่ใช้แทนปูนกาวเดิมที่เสื่อมสภาพ ควรเลือกสูตรที่มีคุณสมบัติ ยึดเกาะสูง และยืดหยุ่นดี สามารถทนต่อการเคลื่อนไหวของพื้นผิว รวมถึงทนทานต่อความชื้นสะสมได้ดี เพื่อให้มั่นใจว่ากระเบื้องที่ปูใหม่จะติดแน่นและไม่ร่อนซ้ำอีก


  • น้ำยาเคลือบกันซึม

    ใช้สำหรับทาเคลือบก่อนหรือหลังการปูกระเบื้องใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่เปียกชื้น เพื่อสร้างชั้นฟิล์มป้องกันน้ำ ไม่ให้น้ำหรือความชื้นแทรกซึมผ่านพื้นผิวหรือรอยต่อลงไปทำลายชั้นปูนกาวด้านล่าง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระเบื้องร่อน


  • ปูนยาแนวกันเชื้อรา

    วัสดุที่ใช้สำหรับเติมเต็มช่องว่างระหว่างแผ่นกระเบื้อง มีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา และแบคทีเรีย ทำให้ร่องกระเบื้องไม่เกิดคราบดำหรือราง่าย ช่วยรักษาความสะอาดและความสวยงามของพื้นที่ อีกทั้งยังช่วยให้ร่องยาแนวคงสภาพดี และป้องกันน้ำซึมลงไปใต้กระเบื้องได้ในระดับหนึ่ง


การซ่อมกระเบื้องร่อนให้ทาปูนกาวที่ด้านหลังกระเบื้องและนำกระเบื้องลงไปติด


เคล็ดลับดูแลพื้นกระเบื้องให้ทนทานไม่ต้องกลัวปัญหากระเบื้องระเบิด

การดูแลพื้นกระเบื้องอย่างถูกวิธีสามารถป้องกันปัญหากระเบื้องเกิดระเบิดและกระเบื้องร่อนได้ ช่วยยืดอายุการใช้งาน โดยควรปฏิบัติดังนี้


  1. เลือกกระเบื้องให้เหมาะสมกับพื้นที่

เช่น พื้นที่ภายนอกบ้านควรเลือกกระเบื้องที่มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทานกับทุกสภาพอากาศ รวมถึงมีพื้นผิวหยาบเพื่อเพิ่มความปลอดภัย


  1. เตรียมพื้นผิวก่อนปู

การซ่อมกระเบื้องร่อนควรตรวจสอบให้พื้นผิวเรียบเนียน ระดับเท่ากันทั้งห้อง และทำความสะอาดพื้นให้ปราศจากเศษฝุ่นหรือสิ่งสกปรกทุกชนิด เพื่อให้กระเบื้องยึดติดแน่นกับพื้น


  1. ใช้กาวซีเมนต์ที่เหมาะสม

เลือกใช้กาวซีเมนต์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับประเภทของกระเบื้อง เช่น การปูกระเบื้องแกรนิตโต้ควรใช้กาวซีเมนต์ที่มีแรงยึดเกาะสูง เพื่อป้องกันการหลุดล่อน แตก หรือยุบ


  1. เว้นร่องยาแนวให้พอเหมาะ

ควรเว้นร่องยาแนวระหว่างกระเบื้องอย่างน้อย 3 มิลลิเมตร เพื่อป้องกันการขยายตัวของกระเบื้องเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง


  1. ปล่อยให้กาวซีเมนต์เซตตัว

หลังการปูกระเบื้องควรปล่อยให้กาวซีเมนต์แข็งตัว (ประมาณ 24 ชั่วโมง) ก่อนเริ่มใช้งานหรือทำการยาแนว เพื่อประสิทธิภาพในการยึดเกาะ


  1. ทำความสะอาดพื้นกระเบื้องอย่างสม่ำเสมอ

หมั่นกวาดและถูพื้นกระเบื้อง เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อาจทำให้กระเบื้องเสียหาย


การซ่อมกระเบื้องร่อนควรตรวจสอบให้พื้นผิวเรียบเนียน ระดับเท่ากันทั้งห้อง


แนะนำวิธีป้องกันกระเบื้องระเบิดที่ได้ผลจริง

การป้องกันปัญหากระเบื้องระเบิดหรือโก่งตัวสามารถทำได้โดยปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้


  1. ใช้ปูนกาวคุณภาพสูงและทาให้เต็มแผ่นกระเบื้อง

การใช้ปูนกาวที่มีคุณภาพและทาให้ทั่วทั้งแผ่นกระเบื้องจะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและลดโอกาสเกิดการโก่งตัวหรือระเบิดของกระเบื้อง


  1. หลีกเลี่ยงการปูกระเบื้องแบบขี้หนูหรือซาลาเปา

วิธีการปูกระเบื้องแบบขี้หนูหรือซาลาเปาซึ่งเป็นการทาปูนเฉพาะจุดใต้กระเบื้องอาจทำให้เกิดช่องว่างที่นำไปสู่การหลุดร่อนหรือโก่งตัวของกระเบื้องได้


  1. เว้นระยะร่องยาแนวให้เหมาะสม

ควรเว้นระยะห่างระหว่างกระเบื้องให้เหมาะสม ไม่ชิดหรือห่างเกินไป เพื่อรองรับการขยายตัวและหดตัวของกระเบื้องเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง


  1. ทำความสะอาดพื้นผิวก่อนการปูกระเบื้อง


การทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่นและสิ่งสกปรกก่อนการปูกระเบื้องจะช่วยให้ปูนกาวยึดเกาะได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหากระเบื้องระเบิดหรือโก่งตัว




การปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้จะช่วยให้พื้นกระเบื้องของคุณมีความแข็งแรง ทนทาน และลดโอกาสเกิดปัญหากระเบื้องระเบิดหรือโก่งตัวในอนาคต

การเผชิญกับปัญหากระเบื้องระเบิดหรือหลุดร่อนในบ้านเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านหลายคนกังวล เนื่องจากไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อความสวยงามของพื้น แต่ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมกระเบื้องที่ระเบิดหรือซ่อมกระเบื้องร่อนนั้นขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และประเภทของกระเบื้องที่ใช้ สำหรับการซ่อมแซมด้วยตนเองในพื้นที่ไม่เกิน 2 ตารางเมตร ค่าใช้จ่ายอาจไม่เกิน 300 บาท โดยใช้กาวซีเมนต์คุณภาพสูงและกาวยาแนวที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามหากต้องการจ้างช่างมืออาชีพ ค่าแรงปูกระเบื้องจะอยู่ระหว่าง 200 - 1,000 บาทต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทของกระเบื้องและความซับซ้อนของงาน

หากคุณกำลังมองหาบ้านใหม่ที่มีการก่อสร้างด้วยมาตรฐานสูงและเลือกใช้วัสดุคุณภาพดี แสนสิริมีโครงการบ้าน คอนโด และทาวน์โฮมที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ สามารถเข้าเยี่ยมชมโครงการหรือติดต่อเพื่อซื้อบ้านกับแสนสิริได้ที่ www.sansiri.com


ที่มา: A Decor, จระเข้, TOA group, apthai, Thai Soung Tiles, Weber


ดีลป็อบ ท็อปชาร์ต
ยูนิตลดแรง ราคาดีเวอร์

คู่มืออสังหาฯยอดนิยม

  1. รวมมาตรการกระตุ้นซื้อบ้าน อสังหา 2569 ลดค่าโอน ดอกเบี้ยถูก | แสนสิริ อ่านเพิ่มเติม >


  1. ดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 1.50% แล้วคนซื้อบ้านได้ประโยชน์อะไร อ่านเพิ่มเติม >


  1. ผ่อนคอนโดเดือนละ 3,000-5,000 ทำได้จริงหรือหลอก? | แสนสิริ อ่านเพิ่มเติม >


  1. ซื้อบ้านควรหันทิศไหนดี ทิศใต้หรือทิศเหนือตามฮวงจุ้ย อ่านเพิ่มเติม >


  1. ส้วมตัน ชักโครกกดไม่ลง มีสาเหตุมาจากอะไร พร้อมวิธีแก้ส้วมตันด้วยตัวเอง อ่านเพิ่มเติม >


โครงการที่น่าสนใจ

โครงการพร้อมอยู่
เศรษฐสิริ บางนา กม.10

เศรษฐสิริ บางนา กม.10

บ้านเดี่ยว บางนา สะดวกสบายบนทำเลบางนา-ตราด กม. 10 ครบทุกศักยภาพการเดินทางและการใช้ชีวิต

เริ่มต้นที่ 24.9 ล้านบาท
โครงการใหม่
บุราสิริ จตุโชติ

บุราสิริ จตุโชติ

บุราสิริ จตุโชติ บ้านเดี่ยวสไตล์ New England ที่ออกแบบเพื่อความสงบและการพักผ่อนอย่างแท้จริง พร้อมพื้นที่สีเขียวและมุมโปรดให้คุณออกแบบเองได้ทุกแปลง บนทำเลคุณภาพติดทางด่วนจตุโชติ เดินทางสะดวกสู่ใจกลางเมือง

เริ่มต้นที่ 13.99 ล้านบาท
โครงการพร้อมอยู่
เศรษฐสิริ งามวงศ์วาน

เศรษฐสิริ งามวงศ์วาน

บ้านเดี่ยวใจกลางงามวงศ์วาน ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน คลิกรับข้อเสนอพิเศษ

เริ่มต้นที่ 13.99 ล้านบาท

บทความที่เกี่ยวข้องกับ “โฮมแคร์”

ส้วมตันทำไงดี รวม 7 วิธีแก้ส้วมตัน ชักโครกกดไม่ลง

ส้วมตัน ชักโครกกดไม่ลงทำไงดี มาดูเทคนิควิธีแก้ส้วมตันง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง พร้อมอุปกรณ์แก้ส้วมตันดีๆ ที่ควรมีติดบ้านกัน

16 วิธีคลายร้อนในบ้าน ไม่เสียค่าใช้จ่าย ประหยัดไฟไม่ง้อแอร์

บ้านร้อนแก้ยังไงดี แชร์ 16 วิธีคลายร้อนในบ้าน พร้อมสาเหตุที่ทำให้ร้อนและเทคนิคแก้ไขให้ถูกต้อง ให้บ้านเย็นสบาย ทำเองได้

ซ่อมรอยแตกร้าวผนังปูน เลือกใช้วัสดุแบบไหนอุดรอยร้าวผนังปูน

รอยร้าวผนังส่งผลเสียอย่างไรต่อบ้าน อุดรอยร้าวผนังปูนควรใช้วัสดุแบบไหน พร้อมวิธีซ่อมรอยแตกร้าวผนังปูนง่าย ๆ ด้วยตัวเอง อ่านเลย

ส้วมตันทำไงดี รวม 7 วิธีแก้ส้วมตัน ชักโครกกดไม่ลง

ส้วมตัน ชักโครกกดไม่ลงทำไงดี มาดูเทคนิควิธีแก้ส้วมตันง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง พร้อมอุปกรณ์แก้ส้วมตันดีๆ ที่ควรมีติดบ้านกัน

16 วิธีคลายร้อนในบ้าน ไม่เสียค่าใช้จ่าย ประหยัดไฟไม่ง้อแอร์

บ้านร้อนแก้ยังไงดี แชร์ 16 วิธีคลายร้อนในบ้าน พร้อมสาเหตุที่ทำให้ร้อนและเทคนิคแก้ไขให้ถูกต้อง ให้บ้านเย็นสบาย ทำเองได้

ไม่พลาด ข่าวสารและบทความดีๆ

กรุณากรอกข้อมูลเพื่อรับข่าวสาร และข้อมูลสิทธิพิเศษจากแสนสิริก่อนใคร

ประเภทโครงการที่คุณสนใจ


เพื่อให้ท่านทราบวิธีและกระบวนการ ที่เราดำเนินการจัดเก็บข้อมูล วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล
ท่านสามารถศึกษารายละเอียด แบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ได้ที่นี่ คลิก

คำถามที่พบบ่อย

  • A :
  • - ซื้อบ้าน เป็นการลงทุนระยะยาว แต่สามารถสร้างสินทรัพย์ให้ตัวเองได้ และถ้าเลือกซื้อในทำเลที่ดีมีแนวโน้มที่จะสร้างกำไรได้
    - เช่าบ้าน เหมาะกับคนที่ยังไม่มั่นใจเรื่องทำเล และไม่ต้องการที่จะมีภาระผูกพันระยะยาว แต่ก็จะไม่มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง และค่าเช่าอาจจะเพิ่มขึ้นหรือถูกบังคับให้ย้ายออก หากเจ้าของบ้านต้องการขายหรือใช้งานเอง

    สามารถเลือกดูโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมน่าลงทุนที่คุ้มค่าน่าซื้อได้ที่แสนสิริ
ดีลป็อบ ท็อปชาร์ต
ยูนิตลดแรง ราคาดีเวอร์

คู่มืออสังหาฯยอดนิยม

  1. รวมมาตรการกระตุ้นซื้อบ้าน อสังหา 2569 ลดค่าโอน ดอกเบี้ยถูก | แสนสิริ อ่านเพิ่มเติม >


  1. ดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 1.50% แล้วคนซื้อบ้านได้ประโยชน์อะไร อ่านเพิ่มเติม >


  1. ผ่อนคอนโดเดือนละ 3,000-5,000 ทำได้จริงหรือหลอก? | แสนสิริ อ่านเพิ่มเติม >


  1. ซื้อบ้านควรหันทิศไหนดี ทิศใต้หรือทิศเหนือตามฮวงจุ้ย อ่านเพิ่มเติม >


  1. ส้วมตัน ชักโครกกดไม่ลง มีสาเหตุมาจากอะไร พร้อมวิธีแก้ส้วมตันด้วยตัวเอง อ่านเพิ่มเติม >