โดย Sansiri Editorial Team
อัปเดต :  27/10/2025
อัปเดต :  27/10/2025 ไอเดียตกแต่งบ้าน
6 หญ้าปลูกหน้าบ้านสายพันธุ์ไหนดี พร้อมวิธีปลูกหญ้าหน้าบ้าน | แสนสิริ

การปรับปรุงภูมิทัศน์รอบบ้านเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยเพิ่มความน่าอยู่ หลายคนเลือกที่จะปลูกหญ้าเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวที่สดชื่น แต่ทราบหรือไม่ว่าการปลูกหญ้าหน้าบ้านไม่ได้ให้แค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยดูดซับและคายความร้อน ทำให้บริเวณรอบบ้านเย็นลงได้จริง อย่างไรก็ตาม หญ้ามีหลายสายพันธุ์ การเลือกชนิดของหญ้าปลูกหน้าบ้าน ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้สนามหญ้าที่สวยงาม ทนทาน และดูแลรักษาง่าย


Highlight


ปลูกสนามหญ้าหน้าบ้านดีอย่างไร?

การมีสนามหญ้าหน้าบ้านไม่ได้ให้เพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความร้อนสะสมบนพื้นดินและลดแสงสะท้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นและเย็นสบายขึ้น อีกทั้งยังเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งของครอบครัว ช่วยดักจับฝุ่นละอองในอากาศ และเสริมมูลค่าให้กับตัวบ้าน การปลูกหญ้าจึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทั้งในด้านความงามและประโยชน์ใช้สอย




สายพันธุ์หญ้ายอดนิยมที่นิยมปลูกหน้าบ้านมีอะไรบ้าง?

สายพันธุ์หญ้าที่นิยมปลูกหญ้าหน้าบ้าน


การเลือกสายพันธุ์หญ้าที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสนามหญ้าที่สมบูรณ์แบบ เราได้รวบรวม 6 สายพันธุ์ยอดนิยมที่เหมาะกับสภาพอากาศในประเทศไทยมาให้พิจารณา


หญ้าญี่ปุ่น นิยมใช้ปลูกหญ้าหน้าบ้าน
  1. หญ้าญี่ปุ่น

หญ้าญี่ปุ่น (Japanese Lawn Grass) เป็นสายพันธุ์ที่มาจากแถบเอเชียตะวันออก มีจุดเด่นที่ใบละเอียดเล็ก สีเขียวเข้มสวยงาม ให้สัมผัสที่หนาแน่นเมื่อขึ้นเต็มพื้นที่แล้ว เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการความสวยงามเป็นพิเศษ มี 2 ชนิด คือ ชนิดใบกว้าง และ ชนิดใบกลม


  • ลักษณะ: ลำต้นมีขนาดเล็กและแข็ง ใบมีสีเขียวเข้ม ปลายใบแหลมและแข็งกระด้างเมื่อสัมผัส ในไทยนิยมปลูกชนิดใบกลมซึ่งมีขนาดเล็กและละเอียดกว่าชนิดใบกว้าง
  • ข้อดี: มีความสวยงามสูง ทนทานต่ออากาศร้อนและสภาพแห้งแล้งได้ดี เมื่อปลูกหญ้าจนรากเดินเต็มที่แล้วจะมีความแข็งแรงและตายยาก
  • ข้อเสีย: เติบโตช้าในช่วงแรก ใบมีความแข็งกระด้าง อาจระคายเคืองผิวหนัง ต้องใช้ความถี่ในการตัดแต่งสูง หากปล่อยให้ยาวเกินไปจะตัดลำบาก
  • วิธีการปลูก: เจริญเติบโตได้ดีในดินเหนียว สามารถปลูกได้ทั้งแบบปูเป็นแผ่น หรือแยกเป็นกอเล็กๆ ปักลงดิน
  • วิธีการดูแล: ต้องการแสงแดดจัดตลอดวันและต้องการน้ำในปริมาณมาก แต่ไม่ชอบพื้นที่ชื้นแฉะหรือมีน้ำขัง ควรตัดแต่งทุก 5-10 วันเพื่อให้ใบสั้นและสวยงาม
  • พื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูก: เหมาะสำหรับสวนหย่อมหรือพื้นที่ที่เน้นความสวยงามเป็นหลัก และมีเวลาในการดูแลตัดแต่งอย่างสม่ำเสมอ


หญ้านวลน้อย นิยมใช้ปลูกหญ้าหน้าบ้าน
  1. หญ้านวลน้อย

หญ้านวลน้อย (Manila Grass) คือ สายพันธุ์พื้นเมืองของไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการนำมา ปลูกหญ้าหน้าบ้าน เนื่องจากคุณสมบัติที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีและดูแลง่าย


  • ลักษณะ: ใบมีสีเขียวอ่อน ขนาดปานกลาง ไม่แข็งกระด้างเท่าหญ้าญี่ปุ่น ให้สัมผัสที่นุ่มนวลกว่า สามารถแผ่ขยายคลุมดินได้อย่างรวดเร็ว
  • ข้อดี: เติบโตเร็ว คลุมพื้นที่ได้แน่นสวยงาม ทนต่อการเหยียบย่ำได้ดีเยี่ยม และทนต่อแสงแดดจัดได้ตลอดวัน การตัดแต่งไม่ยุ่งยาก
  • ข้อเสีย: หากขาดน้ำเป็นเวลานานในสภาพอากาศที่ร้อนจัดอาจทำให้หญ้าตายได้ง่าย จึงต้องการการรดน้ำที่สม่ำเสมอ
  • วิธีการปลูก: เหมาะกับดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี นิยมขยายพันธุ์โดยใช้ส่วนของลำต้นหรือการปูเป็นแผ่น เพราะติดง่ายและโตเร็ว
  • วิธีการดูแล: ชอบพื้นที่กลางแจ้ง ต้องการแสงแดดเต็มที่ ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอในปริมาณปานกลาง และตัดแต่งทุก 1-2 สัปดาห์
  • พื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูก: เป็นหญ้าปลูกหน้าบ้าน ที่ใช้งานได้อเนกประสงค์ เหมาะสำหรับสนามทั่วไป สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ หรือปลูกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน


หญ้ามาเลเซีย นิยมใช้ปลูกหญ้าหน้าบ้าน
  1. หญ้ามาเลเซีย

หญ้ามาเลเซีย (Tropical Carpet Grass) เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการ ปลูกหญ้า ในพื้นที่ร่ม มีจุดเด่นที่ใบขนาดใหญ่และสีเขียวสด ทำให้พื้นที่ดูชุ่มชื้น


  • ลักษณะ: มีใบกว้างและใหญ่ที่สุดในบรรดาหญ้าปูสนาม สีเขียวเข้มสด ปลายใบแหลม ลำต้นเป็นข้อปล้องชัดเจน
  • ข้อดี: ใบมีความหนาแน่นสูง ช่วยป้องกันวัชพืชไม่ให้ขึ้นแทรกได้ดี เติบโตได้ดีมากในที่ร่มหรือมีแสงแดดรำไร ทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้น
  • ข้อเสีย: ไม่ทนทานต่อการเหยียบย่ำอย่างรุนแรง ใต้ใบมีขนอ่อนๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวที่บอบบางได้
  • วิธีการปลูก: นิยมขยายพันธุ์ด้วยการแยกกอปลูก สามารถเจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท แต่จะชอบดินร่วนเป็นพิเศษ
  • วิธีการดูแล: ต้องการน้ำในปริมาณมาก แต่ต้องระวังอย่าให้มีน้ำท่วมขัง ควรปลูกในที่ร่มหรือใต้ชายคาบ้าน หากปลูกกลางแดดต้องรดน้ำบ่อยขึ้น ควรตัดแต่งทุก 10-15 วัน
  • พื้นที่ที่เหมาะกับการปลูก: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ร่มใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือบริเวณข้างบ้านที่ไม่ค่อยโดนแดด


หญ้าไทเป นิยมใช้ปลูกหญ้าหน้าบ้าน
  1. หญ้าไทเป

หญ้าไทเป (Broadleaf Carpet Grass) หรือที่รู้จักในชื่อหญ้ามาเลเซียแคระ เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบการตัดหญ้าบ่อยๆ เพราะมีลักษณะเด่นคือใบจะเลื้อยขนานไปกับพื้นดิน


  • ลักษณะ: ลักษณะคล้ายหญ้ามาเลเซียแต่มีข้อปล้องที่สั้นและเตี้ยกว่า ใบจะแผ่ขนานไปกับพื้นดิน ไม่ตั้งชันขึ้นด้านบน
  • ข้อดี: ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งบ่อยนัก หรือแทบไม่ต้องตัดเลยตลอดอายุการใช้งาน เมื่อขึ้นเต็มที่จะหนาแน่นมากจนวัชพืชไม่สามารถแทรกขึ้นมาได้
  • ข้อเสีย: มีราคาสูงกว่าหญ้าชนิดอื่น และใช้เวลาค่อนข้างนานในการเจริญเติบโตจนคลุมพื้นที่ทั้งหมด
  • วิธีการปลูก: นิยมปลูกแบบแยกต้นปักลงดินทีละกอ สามารถปลูกได้ทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง และเข้ากันได้ดีกับดินหลายชนิด ยกเว้นดินที่มีความเค็มหรือเปรี้ยวจัด
  • วิธีการดูแล: ต้องการน้ำในระดับปานกลาง แต่ในช่วงแรกของการปลูกหญ้าควรให้น้ำสม่ำเสมอทั้งเช้าและเย็นเพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโต
  • พื้นที่ที่เหมาะกับการปลูก: เหมาะสำหรับลานหน้าบ้านหรือพื้นที่ที่ไม่ต้องการการบำรุงรักษามากนัก


หญ้าเบอร์มิวด้า นิยมใช้ปลูกหญ้าหน้าบ้าน
  1. หญ้าเบอร์มิวด้า

หญ้าเบอร์มิวด้า (Bermuda Grass) หรือหญ้าแพรก เป็นหญ้าที่มีความแข็งแรงทนทานสูงมาก สามารถฟื้นตัวจากการเหยียบย่ำได้อย่างรวดเร็ว


  • ลักษณะ: ลำต้นเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบมีสีเขียวเข้ม เนื้อสัมผัสค่อนข้างหยาบ แตกกอได้รวดเร็วและหนาแน่น
  • ข้อดี: มีความทนทานสูงมาก สามารถปรับตัวได้ในทุกสภาพแวดล้อม ทนแล้ง ทนการเหยียบย่ำ และฟื้นตัวได้เร็ว
  • ข้อเสีย: เจริญเติบโตเร็วมากจนอาจรุกรานไปยังพื้นที่อื่นหรือขึ้นแทรกตามรอยแตกของพื้นทางเดิน ทำให้ต้องควบคุมและตัดแต่งบ่อยครั้ง
  • วิธีการปลูก: สามารถขยายพันธุ์ได้ง่ายทั้งจากการเพาะเมล็ด การใช้ลำต้น หรือราก เจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด
  • วิธีการดูแล: ชอบแสงแดดจัดและต้องการน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ควรตัดแต่งทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตและรักษารูปลักษณ์ให้สวยงาม
  • พื้นที่ที่เหมาะกับการปลูก: เหมาะสำหรับสนามที่ใช้งานหนัก เช่น สนามกีฬา สนามกอล์ฟ หรือพื้นที่สาธารณะ


หญ้าพาสพาลัม นิยมใช้ปลูกหญ้าหน้าบ้าน
  1. หญ้าพาสพาลัม

หญ้าพาสพาลัม (Paspalum Grass) เป็นหญ้าที่ให้สัมผัสนุ่มนวลและมีสีเขียวที่เข้มสด ทำให้สนามดูสวยงามสบายตาเป็นพิเศษ


  • ลักษณะ: ใบมีสีเขียวเข้มสดใสกว่าหญ้าชนิดอื่น ปลายใบมีลักษณะมน ไม่แหลมคม ให้สัมผัสที่นุ่มนวลเมื่อเดินเท้าเปล่า
  • ข้อดี: สีสันสวยงามสบายตา ใบมีความนุ่มนวลสูง ทนทานต่ออากาศร้อนและสภาพแห้งแล้งได้ดีพอสมควร
  • ข้อเสีย: ไม่ทนต่อการเหยียบย่ำมากนักเนื่องจากใบที่นุ่ม และอาจมีปัญหาเรื่องแมลงและหนอนรบกวนได้ง่ายกว่าหญ้าชนิดอื่น
  • วิธีการปลูก: ปลูกโดยการหว่านส่วนของลำต้นหรือข้อปล้อง ชอบดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และยังสามารถทนต่อดินเค็มได้เล็กน้อย
  • วิธีการดูแล: ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้หญ้าคงความสมบูรณ์และสีสันสดใส ต้องหมั่นกำจัดวัชพืช และตัดแต่งทุก 7-10 วัน
  • พื้นที่ที่เหมาะกับการปลูก: เหมาะกับการปลูกหญ้าหน้าบ้าน ที่เน้นความสวยงามและสัมผัสที่นุ่มนวล เช่น สวนหย่อม หรือสนามที่ไม่เน้นการใช้งานหนัก




ตารางสรุปหญ้าแต่ละสายพันธุ์เหมาะสมพื้นที่แบบใด

หญ้าสายพันธุ์ต่าง ๆ

พื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูก

หญ้าญี่ปุ่น

สวนหย่อม พื้นที่โชว์ความสวยงาม ไม่เน้นการเหยียบย่ำ

หญ้านวลน้อย

สนามหญ้าอเนกประสงค์ สนามเด็กเล่น พื้นที่ที่ใช้งานบ่อย ๆ

หญ้ามาเลเซีย

พื้นที่ร่ม ใต้ต้นไม้ หรือข้างตัวบ้านที่ไม่โดนแดดจัด

หญ้าไทเป

พื้นที่ไม่ต้องการตัดหญ้าบ่อย ใช้ปลูกแทนที่วัชพืช

หญ้าเบอร์มิวด้า

พื้นที่ใช้งานหนัก หรือพื้นที่ที่ต้องการการฟื้นตัวเร็ว

หญ้าพาสพาลัม

สนามที่เน้นความสวยงาม เพราะให้สัมผัสที่นุ่ม ไม่เน้นใช้งานหนัก





วิธีปลูกหญ้าหน้าบ้านด้วยตัวเองทีละขั้นตอนมีอะไรบ้าง?

วิธีปลูกหญ้าหน้าบ้าน


การปลูกหญ้าด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องเตรียมการให้ดีและทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ก็จะได้สนามหญ้าที่สวยงามและแข็งแรง

  1. ขั้นตอนการเตรียมดิน

    การเตรียมดินที่ขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยให้หญ้าเติบโตดี แข็งแรง เพราะดินที่ดีจะช่วยให้รากหญ้าสามารถยึดเกาะและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

    • เคลียร์หน้าดิน: กำจัดหญ้าปลูกหน้าบ้านเดิมออก ถอนวัชพืช นำก้อนหิน หรือเศษขยะออกจากพื้นที่ให้หมด อาจใช้จอบหรือเสียมในการขุดรากถอนโคนวัชพืชออกไป
    • ปรับหน้าดิน: พรวนดินให้ร่วนซุยและปรับระดับหน้าดินให้เรียบเสมอกัน อาจใช้ทรายหยาบหรือปุ๋ยคอกโรยทับหน้าดินเดิมประมาณ 5-10 ซม. เพื่อช่วยในการระบายน้ำและทำให้ดินโปร่งขึ้น
    • เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม: อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมี ได้แก่ จอบ เสียม คราดสำหรับเกลี่ยดิน สายยางสำหรับรดน้ำ และอาจมีลูกกลิ้งสำหรับบดอัดดินให้แน่น


  2. การปูแผ่นหญ้าแบบต่าง ๆ

    • การปูหญ้าแบบใช้เมล็ด เป็นวิธีที่ประหยัด แต่ไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทย เพราะนอกจากในช่วงแรก ๆ ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดแล้ว เมล็ดพันธุ์ยังหายาก ต้องนำเข้าเท่านั้น
    • การปูหญ้าแบบใช้แผ่นหญ้า (Blok Sodding) เป็นวิธีการปูหญ้าที่สะดวก รวดเร็วและเห็นผลทันที โดยนำแผ่นหญ้าสำเร็จรูปมาวางเรียงต่อกันให้เต็มพื้นที่ เหมาะกับหญ้านวลน้อย หญ้าญี่ปุ่น และหญ้ามาเลเซีย
    • การปูหญ้าแบบใช้ท่อนหญ้า (Dot Sodding) คือการฉีกแผ่นหญ้าเป็นชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นละประมาณ 2-3 นิ้ว แล้วนำไปกดลงบนดินที่เตรียมไว้ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม วิธีการปลูกแบบนี้เหมาะกับสนามหญ้าขนาดใหญ่และหญ้าที่เลื้อยเร็ว เช่น หญ้านวลน้อย หญ้าเบอร์มิวด้า หญ้ามาเลเซีย
    • การปูหญ้าแบบแยกต้นหรือปักเป็นแถว (Stip Sodding) เป็นการแยกหญ้าเป็นกอเล็กๆ แล้วนำส่วนลำต้นหรือที่เรียกว่า ไหล (Stolon) ไปปักดำในดินเป็นแถว โดยต้องมีรากหญ้าหนาไม่น้อยกว่า 4 เซนติเมตร โดยปลูกเว้นระยะห่างไม่เกิน 20 เซนติเมตร เพื่อให้หญ้าค่อย ๆ ขยายจนเต็มพื้นที่
    • การปูหญ้าด้วยการหว่าน (Stolonizing) เป็นการปูหญ้าโดยนำส่วนลำต้นหรือไหล (Stolon) มาแช่น้ำให้รากงอก แล้วแบ่งออกจากการเป็นต้น ๆ แล้วหว่านต้นหญ้าที่ทำการแบ่งให้ทั่วพื้นที่ หลังจากนั้นกดรากให้จมลงในดิน แล้วรอให้หญ้าที่หว่านไปขยายให้เต็มสนาม


    ที่มา: กรมปกครองส่วนท้องถิ่น


  3. เทคนิคการวางและย่ำหญ้าให้ติดกับดิน

    หลังจากเตรียมดินเรียบร้อยแล้ว หากเลือกวิธีปูแบบใช้แผ่นหญ้า ควรเริ่มวางแผ่นหญ้าจากมุมใดมุมหนึ่ง โดยวางให้ชิดติดกันมากที่สุด ไม่ให้มีช่องว่างระหว่างแผ่น เมื่อปูเสร็จแล้ว ให้ใช้ลูกกลิ้งที่มีน้ำหนักพอเหมาะกลิ้งทับ หรือใช้แผ่นไม้เรียบๆ วางแล้วใช้เท้าเหยียบย่ำเบาๆ ให้ทั่ว เพื่อให้รากหญ้าสัมผัสกับดินอย่างแนบสนิทที่สุด ซึ่งจะช่วยให้หญ้าตั้งตัวได้เร็วขึ้น


  4. รดน้ำและดูแลหลังปลูกใน 1-2 สัปดาห์แรก

    ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการ ปลูกหญ้า ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุด ควรรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่อย่าให้แฉะจนเกินไป แนะนำให้รดน้ำวันละ 2-3 ครั้ง (เช้า-กลางวัน-เย็น) โดยเฉพาะในวันที่แดดจัด การให้น้ำที่เพียงพอจะช่วยกระตุ้นให้รากงอกใหม่และยึดเกาะกับดินได้เร็วขึ้น ในช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงการเดินเหยียบย่ำบนสนามหญ้าโดยเด็ดขาด




เคล็ดลับการดูแลรักษาสนามหญ้าให้สวย เขียวชอุ่มมีอะไรบ้าง?

เคล็ดลับการปลูกหญ้าหน้าบ้าน


  • วิธีรดน้ำ: หลังจากหญ้าตั้งตัวได้แล้ว (ประมาณ 2-3 สัปดาห์) ให้ลดความถี่ในการรดน้ำลงเหลือวันละ 1 ครั้งในช่วงเช้าก็เพียงพอ ควรรดให้ชุ่มเพื่อให้รากหยั่งลึก
  • หมั่นพรวนดินและใส่ปุ๋ย: ควรพรวนดินอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อเพิ่มอากาศในดิน และใส่ปุ๋ยสูตรที่มีไนโตรเจนสูงทุก 2-3 เดือน เพื่อบำรุงให้ใบหญ้ามีสีเขียวสด
  • ตัดแต่งหญ้าให้สวยงาม: ควรตัดหญ้าอย่างสม่ำเสมอตามความยาวที่เหมาะสมของแต่ละสายพันธุ์ (ปกติทุก 1-2 สัปดาห์) การตัดหญ้าเป็นประจำจะช่วยให้หญ้าแตกกอหนาแน่นขึ้น
  • การกำจัดวัชพืชและดูแลโรคที่พบบ่อย: ควรรีบถอนวัชพืชทิ้งทันทีที่พบเห็น เพื่อไม่ให้มาแย่งสารอาหาร และสังเกตอาการของโรคพืช เช่น โรคราสนิม เพื่อหาทางป้องกันแก้ไข
  • การป้องกันปัญหาดินยุบ: หากพบว่าดินเริ่มยุบตัวเป็นแอ่ง ควรนำทรายมาเติมและปรับระดับให้เรียบเสมอกัน เพื่อป้องกันน้ำขังซึ่งเป็นสาเหตุของรากเน่า

การปลูกหญ้าเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและช่วยลดอุณหภูมิรอบ ๆ บ้าน ช่วยให้บ้านเย็นลงได้ แต่การปลูกหญ้าหน้าบ้านให้ได้สนามที่เขียวชอุ่ม ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์หญ้าปลูกหน้าบ้าน ให้เหมาะสมกับสภาพแสงแดดและการใช้งาน รวมถึงการเตรียมดินที่ถูกต้องและการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการรดน้ำ การตัดแต่ง และการใส่ปุ๋ย หากทำตามขั้นตอนเหล่านี้ ก็จะได้สนามหญ้าที่สวยงามและแข็งแรง เพื่อพื้นที่พักผ่อนของทุกคนในบ้าน




อ้างอิง จระเข้, บ้านและสวน


คำถามที่พบบ่อย “ปลูกหญ้าหน้าบ้าน”

Q :

ใช้เวลานานไหมกว่าจะหญ้าติดสวย?

A :

การปลูกหญ้าหน้าบ้านด้วยการปูเป็นแผ่นจะใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์หญ้าก็จะเริ่มติดและเขียวสวย ส่วนวิธีอื่นอาจใช้เวลานานกว่านั้น ตั้งแต่ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของหญ้า


Q :

ควรปลูกหญ้าในฤดูไหนดีที่สุด?

A :

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการปลูกหน้าที่สุด คือช่วงต้นฤดูฝนถือ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและมีความชื้นในอากาศสูง ช่วยให้หญ้าตั้งตัวได้เร็วและประหยัดน้ำในการดูแลช่วงแรก


Q :

งบประมาณเบื้องต้นในการปลูกสนามหญ้า?

A :

ค่าใช้จ่ายในการปลูกสนามหญ้าหลักคือค่าแผ่นหญ้า ซึ่งราคาจะอยู่ที่ประมาณ 15-30 บาทต่อตารางเมตร และอาจมีค่าทรายหรือดินสำหรับปรับพื้นที่เพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตาม งบประมาณในการปลูกสนามหญ้าขึ้นอยู่กับขนาดของสนาม


Q :

ต้องใช้พลาสติกกันวัชพืชก่อนปลูกหรือไม่?

A :

การปลูกหญ้าหน้าบ้านไม่จำเป็นต้องใช้พลาสติกกันวัชพืช และไม่แนะนำให้ใช้ด้วย เพราะพลาสติกจะขัดขวางการระบายน้ำและอากาศ ทำให้รากหญ้าไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดี แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการกำจัดวัชพืชออกจากดินให้หมดจดก่อนปลูก


Q :

การปลูกหญ้ามีผลต่อปลวกหรือไม่?

A :

การปลูกหญ้าไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ปลวกขึ้นบ้าน แต่ความชื้นบริเวณสนามหญ้าที่ติดกับตัวบ้านอาจเป็นปัจจัยที่ดึงดูดปลวกได้ ควรดูแลไม่ให้พื้นดินชื้นแฉะเกินไปและหมั่นตรวจสอบหาร่องรอยของปลวกรอบ ๆ ตัวบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้ป้องกันได้ทันท่วงที


SANSIRI LATEST EDITION โครงการใหม่
โปรใหญ่...ได้อยู่
Sansiri x SCB Wealth
ยูนิตลดแรง ราคาดีเวอร์

คู่มืออสังหาฯยอดนิยม

  1. อัตราดอกเบี้ยบ้าน ล่าสุด 2569 MRR ปัจจุบัน สินเชื่อบ้าน-คอนโด | แสนสิริ อ่านเพิ่มเติม >


  1. เปรียบเทียบดอกเบี้ยบ้าน กู้ซื้อบ้านธนาคารไหนดี ดอกเบี้ยต่ำ อ่านเพิ่มเติม >


  1. ค่าใช้จ่ายโอนบ้านให้ลูกปี 2569 เท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง อ่านเพิ่มเติม >


  1. รวมเรื่องต้องรู้ เงินเดือนเท่านี้ กู้บ้านได้เท่าไร อ่านเพิ่มเติม >


  1. วันหยุด 2569 ไปไหนดี? เช็กวันหยุดยาว พร้อม 5 ซีรีส์แนะนำสายติดบ้าน อ่านเพิ่มเติม >


โครงการที่น่าสนใจ

โครงการพร้อมอยู่
สราญสิริ โคราช

สราญสิริ โคราช

บ้านเดี่ยว โคราช สไตล์สมัยใหม่ พร้อมคลับเฮาส์ในโซนส่วนตัว เดินทางสะดวกสบาย ติดถนนใหญ่ 5 นาที เชื่อมต่อมอเตอร์เวย์

เริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาท
โครงการพร้อมอยู่
สราญสิริ ประชาอุทิศ 90

สราญสิริ ประชาอุทิศ 90

บ้านเดี่ยว ประชาอุทิศ 90 บ้านสไตล์ Modern Farmhouse ใกล้ทางด่วน เดินทางสะดวกสู่โซน สีลม-สาทร ได้สะดวก

เริ่มต้นที่ 5.59 ล้านบาท
โครงการพร้อมอยู่
สราญสิริ บางนา

สราญสิริ บางนา

บ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ สไตล์ URBAN FARMHOUSE วิวทะเลสาบ ใกล้ทางด่วน และเมกาบางนา ครบทุกศักยภาพเพื่อการเดินทาง

เริ่มต้นที่ 6.59 ล้านบาท
โครงการพร้อมอยู่
สราญสิริ ศรีวารี 2

สราญสิริ ศรีวารี 2

บ้านเดี่ยว ศรีวารี-ลาดกระบัง สไตล์ Urban Farmhouse วิวทะเลสาบ ใกล้ทั้งทางด่วนพระราม9 - มอเตอร์เวย์ และสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 8 กม.

เริ่มต้นที่ 6.99 ล้านบาท
โครงการพร้อมอยู่
สราญสิริ ราชพฤกษ์ - 346

สราญสิริ ราชพฤกษ์ - 346

บ้านเดี่ยว ดีไซน์ใหม่ สไตล์ Modern Farmhouse ติดถนนใหญ่ ราชพฤกษ์ (ตัดใหม่) รายล้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

เริ่มต้นที่ 6.59 ล้านบาท
โครงการพร้อมอยู่
สราญสิริ ศาลายา - ปิ่นเกล้า

สราญสิริ ศาลายา - ปิ่นเกล้า

บ้านเดี่ยว ศาลายา-ปิ่นเกล้า สไตล์ Urban Farmhouse ใกล้มหิดล – ศาลายา ใกล้คู่ขนานบรมฯ 10 นาที

เริ่มต้นที่ 10.9 ล้านบาท
โครงการพร้อมอยู่
สราญสิริ รังสิต 2

สราญสิริ รังสิต 2

บ้านเดี่ยว รังสิต โครงการใหม่ สไตล์โมเดิร์นฟาร์มเฮาส์ บรรยากาศริมน้ำ ใกล้ทางด่วนเพียง 1 กม. สะดวกสบายทุกการเดินทางเพื่อชีวิตคนเมือง

เริ่มต้นที่ 7.59 ล้านบาท

บทความที่เกี่ยวข้องกับ “ไอเดียตกแต่งบ้าน”

วันหยุด 2569 ไปไหนดี? เช็กวันหยุดยาว พร้อม 5 ซีรีส์แนะนำสายติดบ้าน

อัปเดตล่าสุด วันหยุด 2569 และเทคนิคลางานให้ได้หยุดยาว! พร้อมคัดสรร 5 ซีรีส์มาแรง ประจำปี 2026 ให้คุณใช้เวลาพักผ่อนอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะออกทริปหรือนอนดูซีรีส์อยู่บ้าน

แบบบ้านสไตล์รีสอร์ท โลกของการอยู่อาศัยที่เต็มไปด้วยการพักผ่อน

เปิดโลกแห่งการพักผ่อน แบบบ้านสไตล์รีสอ์ท พร้อมไอเดียตกแต่งบ้าน ที่ทำให้อยากใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้น พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์ทุกคนในบ้าน

5 ไอเดีย ต่อเติมหลังบ้าน ให้เป็นห้องครัวสวย

แชร์ไอเดียต่อเติมครัวหลังบ้าน ให้เป็นครัวสวยสไตล์ต่างๆ พร้อมเกร็ดความรู้ในการเตรียมตัวต่อเติม แต่งบ้าน เพื่อตอบสนองความต้องการไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัย

วันหยุด 2569 ไปไหนดี? เช็กวันหยุดยาว พร้อม 5 ซีรีส์แนะนำสายติดบ้าน

อัปเดตล่าสุด วันหยุด 2569 และเทคนิคลางานให้ได้หยุดยาว! พร้อมคัดสรร 5 ซีรีส์มาแรง ประจำปี 2026 ให้คุณใช้เวลาพักผ่อนอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะออกทริปหรือนอนดูซีรีส์อยู่บ้าน

แบบบ้านสไตล์รีสอร์ท โลกของการอยู่อาศัยที่เต็มไปด้วยการพักผ่อน

เปิดโลกแห่งการพักผ่อน แบบบ้านสไตล์รีสอ์ท พร้อมไอเดียตกแต่งบ้าน ที่ทำให้อยากใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้น พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์ทุกคนในบ้าน

ไม่พลาด ข่าวสารและบทความดีๆ

กรุณากรอกข้อมูลเพื่อรับข่าวสาร และข้อมูลสิทธิพิเศษจากแสนสิริก่อนใคร

ประเภทโครงการที่คุณสนใจ


เพื่อให้ท่านทราบวิธีและกระบวนการ ที่เราดำเนินการจัดเก็บข้อมูล วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล
ท่านสามารถศึกษารายละเอียด แบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ได้ที่นี่ คลิก

คำถามที่พบบ่อย

  • A :
  • - ซื้อบ้าน เป็นการลงทุนระยะยาว แต่สามารถสร้างสินทรัพย์ให้ตัวเองได้ และถ้าเลือกซื้อในทำเลที่ดีมีแนวโน้มที่จะสร้างกำไรได้
    - เช่าบ้าน เหมาะกับคนที่ยังไม่มั่นใจเรื่องทำเล และไม่ต้องการที่จะมีภาระผูกพันระยะยาว แต่ก็จะไม่มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง และค่าเช่าอาจจะเพิ่มขึ้นหรือถูกบังคับให้ย้ายออก หากเจ้าของบ้านต้องการขายหรือใช้งานเอง

    สามารถเลือกดูโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมน่าลงทุนที่คุ้มค่าน่าซื้อได้ที่แสนสิริ
SANSIRI LATEST EDITION โครงการใหม่
โปรใหญ่...ได้อยู่
Sansiri x SCB Wealth
ยูนิตลดแรง ราคาดีเวอร์

คู่มืออสังหาฯยอดนิยม

  1. อัตราดอกเบี้ยบ้าน ล่าสุด 2569 MRR ปัจจุบัน สินเชื่อบ้าน-คอนโด | แสนสิริ อ่านเพิ่มเติม >


  1. เปรียบเทียบดอกเบี้ยบ้าน กู้ซื้อบ้านธนาคารไหนดี ดอกเบี้ยต่ำ อ่านเพิ่มเติม >


  1. ค่าใช้จ่ายโอนบ้านให้ลูกปี 2569 เท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง อ่านเพิ่มเติม >


  1. รวมเรื่องต้องรู้ เงินเดือนเท่านี้ กู้บ้านได้เท่าไร อ่านเพิ่มเติม >


  1. วันหยุด 2569 ไปไหนดี? เช็กวันหยุดยาว พร้อม 5 ซีรีส์แนะนำสายติดบ้าน อ่านเพิ่มเติม >