โดย อารยา ศิริพยัคฆ์
อัปเดต :  06/01/2026
LTV คืออะไร อัปเดตมาตรการ LTV ล่าสุด 2569 คนซื้อบ้านควรรู้ | แสนสิริ

คนซื้อบ้าน คอนโด เฮได้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่อนคลาย มาตรการ LTV ชั่วคราว กู้ซื้อบ้านได้ 100% ในช่วงเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แถมยังพบความพิเศษกับมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง เหลือเพียง 0.01% รู้อย่างนี้แล้วก่อนที่ไปจองบ้านคอนโด มาทำความเข้าใจความหมายของ มาตรการ LTV และเกณฑ์ที่กำหนดกันเลย


Highlight


มาตรการ LTV คืออะไร?

LTV ย่อมาจากคำว่า “Loan to Value” ซึ่งหมายถึง อัตราส่วนการให้สินเชื่อซื้อบ้านโดยเทียบกับมูลค่า ซึ่งมาตรการ LTV คือ มาตรการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดอัตราส่วนของวงเงินในการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อลดอัตราความเสี่ยงให้กับธนาคารพาณิชย์ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นมาตรการในการกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำ ซึ่ง LTV กับเงินดาวน์มักจะสวนทางกัน หาก LTV สูง เงินดาวน์จะต่ำ แต่ถ้า LTV ต่ำ เงินดาวน์จะสูง เป็นต้น


ทำไมต้องออก มาตรการ LTV?

มาตรการ LTV เป็นมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงลดความเสี่ยงต่อการเกิดหนี้เสีย ซึ่งเหตุผลหลักๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการ LTV เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ช่วยควบคุมสินเชื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม กำหนดเพดานวงเงินกู้ให้เหมาะกับผู้กู้ เพื่อให้เศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาการเก็งกำไรที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดในสัญญาที่ 2 เป็นต้นไป ซึ่งอาจจะส่งผลให้หนี้เสีย (NPL) ในสินเชื่อบ้านมีแนวโน้มสูงขึ้น ประกอบกับการแข่งขันของสถาบันการเงิน ที่อาจปล่อยสินเชื่อที่เสี่ยงต่อการเกิดหนี้เสียในระบบ และอาจเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ถ้าหากไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มนำมาตรการ LTV มาใช้ตั้งแต่ปี 2562 และมีการปรับปรุงเป็นระยะตามสถานการณ์เศรษฐกิจ


LTV คำนวณอย่างไร?

สูตรคำนวณ LTV สามารถหาได้จาก: (จำนวนเงินกู้ / มูลค่าของบ้าน) x 100 = 80


ตัวอย่าง: นาย A ต้องการกู้เงินซื้อบ้านในราคา 2,000,000 บาทกับธนาคารแห่งหนึ่ง โดยธนาคารดังกล่าวปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยมี LTV ในอัตราส่วนร้อยละ 80% นาย A จะได้รับอนุมัติวงเงินกู้เท่าไหร่?


มาตรการ LTV


อัปเดตมาตรการ LTV ปี 2568

มาตรการ LTV เคาะแล้ว! ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนคลาย มาตรการ LTV ชั่วคราว กู้ซื้อบ้านได้ 100% ในช่วงเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569


  1. มาตรการ LTV ซื้อบ้านได้ 100% ทุกราคาและทุกสัญญา

  • มูลค่าหลักประกัน ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 2 เป็นต้นไป = กู้ซื้อบ้านได้เต็ม 100% (+ กู้ค่าตกแต่งบ้านเพิ่มได้ 10% สำหรับสัญญาหลังที่ 1)
  • มูลค่าหลักประกันตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 1 เป็นต้นไป = กู้ซื้อบ้านได้ 100%



ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย


  1. มาตรการ LTV สำหรับกู้ร่วม

สำหรับการกู้ร่วมตามมาตรการ LTV ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการผ่อนปรนให้ผู้ที่เคยกู้ร่วม แต่ไม่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย จะไม่ถูกนับว่าเป็นผู้กู้ในสัญญานั้น ๆ ส่งผลให้ผู้ที่ต้องการกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นของตัวเอง ก็สามารถกู้ซื้อได้ โดยจะถูกพิจารณาว่าเป็นสัญญาที่ 1 ส่งผลให้สามารถขอสินเชื่อได้เต็มศักยภาพตามเกณฑ์ปกติ ซึ่งช่วยลดภาระและเอื้อให้ผู้ที่ต้องการมีบ้านของตัวเองเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายมากขึ้น


รายการ

มาตรการเดิม

มาตรการใหม่

มาตรการ LTV สำหรับการกู้ร่วม

การกู้ร่วมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจะถือเป็นการกู้ของทุกคน

หากผู้กู้ร่วมไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย ให้ผ่อนปรนเสมือนว่ายังไม่เป็นผู้กู้ในครั้งนั้น

แนวทางการนับสัญญา

นับตาม “ผู้กู้ทุกคน”

(ถ้าใครเคยมีบ้าน นับเป็นบ้านหลังถัดไปทันที)

ไม่นับรวมทุกคน (พิจารณาเฉพาะผู้กู้หลักหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์)

ตัวอย่าง : A กับ B กู้ร่วมซื้อบ้าน โดยกรรมสิทธิ์เป็นของ A คนเดียว ต่อมา B ขอกู้ซื้อบ้านเป็นของตนเอง

บ้านหลังที่ B ต้องการจะกู้นั้นจะถูกนับเป็นสัญญาที่ 2 ของ B

ตัวอย่าง : A กับ B กู้ร่วมซื้อบ้าน โดยกรรมสิทธิ์เป็นของ A คนเดียว ต่อมา B ขอกู้ซื้อบ้านเป็นของตนเอง


  1. มาตรการ LTV ผ่อนปรน ค่าโอนบ้าน ค่าจดจำนองลดเหลือ 0.01%

นอกจากการผ่อนปรนเกณฑ์มาตรการ LTV แล้ว ยังมีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ร่วมด้วยโดยการปรับลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมลง สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์จากปกติ 2% จะลดเหลือเพียง 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองสินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก 1% เหลือ 0.01% เช่นกัน ซึ่งมาตรการ LTV นี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงให้กับผู้ซื้อบ้านได้


ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมหากซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท


รายการ

มาตรการปกติ

มาตรการผ่อนปรน (0.01%)

ค่าโอนกรรมสิทธิ์

60,000 บาท (2%)

300 บาท

ค่าจดจำนอง

30,000 บาท (1%)

300 บาท

รวมค่าธรรมเนียม

90,000 บาท

600 บาท

ส่วนต่างที่ประหยัดค่าใช้จ่ายได้

-

89,400 บาท





นอกจากมาตรการ LTV แล้ว มีมาตรการผ่อนปรนไหนอีกบ้าง?

นอกจากมาตรการ LTV ล่าสุด ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกเกณฑ์การผ่อนปรนแล้ว ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังได้ออกมาตรการและโครงการสนับสนุนอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อช่วยลดภาระและเปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยหลังแรกได้ง่ายขึ้น


  1. มาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขสมัครโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 3 และสินเชื่อพิเศษจาก ธอส.

    โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 3 โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัย ที่มุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ให้มีบ้านเป็นของตนเอง ในราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยมีการผ่อนปรนเกณฑ์การพิจารณาเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและช่วยให้การผ่อนชำระในช่วงแรกไม่หนักจนเกินไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่ฝันอยากมีบ้านหลังแรก


    เงื่อนไขสำคัญของโครงการ

    • อัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบคงที่ในช่วง 5 ปีแรก
    • ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 40 ปี
    • ผ่อนปรนหลักฐานทางการเงิน โดยสามารถใช้หลักฐานการจ่ายค่าเช่าหรือเงินออมมาประกอบการพิจารณาได้


    * ระยะเวลาโครงการ: สามารถยื่นขอกู้ได้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด (ตรวจสอบรายละเอียดโครงการกับ ธอส. อีกครั้ง)


  2. โครงการบ้านเพื่อคนไทย ผ่อนสบายอยู่ยาว

    โครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” เป็นโครงการที่พักอาศัยราคาประหยัดที่พัฒนาโดย บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในเครือการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีเป้าหมายเพื่อนำที่ดินของการรถไฟฯ ทั่วประเทศมาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยคุณภาพดี ในรูปแบบการเช่าซื้อระยะยาว เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยตามนโยบายของรัฐบาล


    คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้มีสิทธิ์จอง

    • สัญชาติไทย และเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
    • เป็นผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 50,000 บาท
    • ต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน
    • ต้องไม่เคยได้รับสิทธิ์ในโครงการบ้านเพื่อคนไทยในรอบที่ผ่านมา




เงื่อนไขการกู้ร่วมตามมาตรการ LTV

เงื่อนไขสำคัญในการกู้ร่วมตามมาตรการ LTV คือ ผู้กู้ร่วมจะต้องมีความสัมพันธ์เป็นครอบครัวเดียวกันกับผู้กู้หลัก เช่น บิดามารดา คู่สมรส หรือบุตร โดยผู้กู้ร่วมทุกคนต้องมีแหล่งที่มาของรายได้ที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ โดยสถาบันการเงินจะพิจารณาภาระหนี้สินโดยรวมของผู้กู้ทุกคนประกอบกัน เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ และอนุมัติวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมภายใต้เกณฑ์ที่กำหนด




มาตรการ LTV ใครได้รับผลกระทบบ้าง?


  1. ผู้ซื้อบ้าน-คอนโดเพื่ออยู่อาศัย

    • กลุ่มคนที่ซื้อบ้านหลังแรก: ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เรียกได้ว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากมาตรการ LTV ล่าสุด โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท ซึ่งตามเกณฑ์ LTV มักจะสามารถยื่นขอสินเชื่อได้สูงสุด 100% ของมูลค่าหลักประกัน ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีเงินดาวน์ก้อนใหญ่
    • กลุ่มคนที่ซื้อบ้านหลังที่ 2: เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยมาตรการ LTV จะกำหนดให้ต้องวางเงินดาวน์เพิ่มขึ้น หรือกู้ได้ในวงเงินที่ลดลง เช่น 80-90% ของราคาประเมิน เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินตัวและลดความเสี่ยงในการเก็งกำไร
    • กลุ่มคนที่ซื้อบ้านหลังที่ 3 ขึ้นไป: ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมาตรการ LTV จะกำหนดเพดาน LTV ไว้ในระดับที่ต่ำที่สุด อาจเหลือเพียง 70% ทำให้ต้องเตรียมเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงมากถึง 30% เพื่อควบคุมการซื้อสะสมเพื่อการเก็งกำไร


  2. ผู้ซื้อบ้าน-คอนโดเพื่อการลงทุน

    นักลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV โดยตรง เนื่องจากส่วนใหญ่มักเป็นการซื้อสัญญาที่สองเป็นต้นไป ทำให้ต้องใช้เงินทุนเริ่มต้นหรือเงินดาวน์สูงขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด มาตรการนี้จึงช่วยคัดกรองนักลงทุนที่มีความพร้อมทางการเงินจริง และลดการซื้อเพื่อเก็งกำไรในระยะสั้น ทำให้การตัดสินใจลงทุนต้องมีความรอบคอบและมุ่งหวังผลตอบแทนในระยะยาวมากกว่า ซึ่งช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่ตลาดอสังหาริมทรัพย์


  3. เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์

    มาตรการ LTV ที่มีการผ่อนคลายช่วยกระตุ้นยอดขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้ดี เพราะทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจง่ายขึ้น แต่เมื่อมาตรการกลับมาเข้มงวด ตลาดก็มีแนวโน้มชะลอตัว โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงบน และผู้ซื้อเพื่อลงทุน ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์การขายและพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่แท้จริงมากขึ้น


  4. สถาบันการเงิน

    สถาบันการเงินเป็นผู้บังคับใช้มาตรการ LTV ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินงาน การมีเกณฑ์ LTV ที่ชัดเจน ช่วยให้ธนาคารสามารถบริหารความเสี่ยง และควบคุมคุณภาพของสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดโอกาสการเกิดหนี้เสีย (NPL) ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มาตรการเข้มงวด อาจส่งผลให้ปริมาณการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยลดลงได้เช่นกัน




ซื้อบ้านแต่ละแบบต้องวางเงินดาวน์เท่าไหร่?



กลุ่มคนที่ซื้อบ้านหลังแรก



กลุ่มคนที่ซื้อบ้านหลังที่ 2



กลุ่มคนที่ซื้อบ้านหลังที่ 3 ขึ้นไป

มูลค่าบ้านน้อยกว่า 10 ล้านบาท กำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำ x% สัญญากู้บ้านหลังที่ 2 ต้องวางเงินดาวน์ 10% หากผ่อนบ้านหลังที่ 1 มานานกว่าหรือเท่ากับ 2 ปี สัญญากู้บ้านหลังที่ 3 ต้องวางเงินดาวน์ 20% หากผ่อนบ้านหลังที่ 1 มานานกว่า 2 ปี
มูลค่าบ้านเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป กำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำ 10%
  • กรณีที่ 1 หากคุณผ่อนบ้านหรือคอนโดเกิน 3 ปีแล้ว และต้องการซื้อบ้านหลังที่ 2 มาตราการ LTV ฉบับใหม่ จะกำหนดให้วางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 10% ของมูลค่าบ้าน

  • กรณีที่ 2 หากคุณผ่อนบ้านหรือคอนโดต่ำกว่า 3 ปี และต้องการซื้อบ้านหลังที่ 2 มาตราการ LTV ฉบับใหม่ จะกำหนดให้วางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 20% ของมูลค่าบ้าน
มาตรการ LTV ฉบับใหม่ กำหนดให้กลุ่มคนที่กำลังผ่อนบ้านหลังแรกและหลังที่ 2 แต่ต้องการซื้อบ้านหลังที่ 3 ขึ้นไป จำเป็นต้องวางเงินดาวน์ 30%




ประโยชน์ของมาตรการ LTV มีอะไรบ้าง?

มาตรการ LTV ใช่ว่าจะมีแต่แง่มุมด้านลบต่อผู้ที่ต้องการกู้ซื้อบ้านอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังคงมีด้านดีที่หลายคนนึกไม่ถึงดังนี้


  1. ช่วยลดอัตรา NPL หรือหนี้เสีย ซึ่งมีผลต่อสินเชื่อธนาคารพาณิชย์

    มาตรการ LTV เป็นเครื่องมือที่ช่วยคัดกรองความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ตั้งแต่แรก โดยการกำหนดให้มีเงินดาวน์ในสัดส่วนที่เหมาะสม เป็นการสร้างวินัยทางการเงินและลดความเสี่ยงที่ผู้กู้จะผิดนัดชำระหนี้ในอนาคต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดลงของอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารพาณิชย์ ทำให้พอร์ตสินเชื่อมีคุณภาพและสถาบันการเงินมีความมั่นคงยิ่งขึ้น


  2. ป้องกันการเกิดภาวะฟองสบู่แตก อันมีผลต่อเศรษฐกิจประเทศ

    การกำหนดเพดานสินเชื่อผ่านมาตรการ LTV ช่วยชะลอการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำให้การกู้ยืม เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์หลายแห่งพร้อมกัน ทำได้ยากขึ้น ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงขึ้นจนเกินความเป็นจริงอย่างรวดเร็ว เป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะฟองสบู่แตก ที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมได้


  3. เอื้อต่อกลุ่มคนที่ต้องการกู้เงินซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริงๆ

    มาตรการ LTV เอื้อประโยชน์ต่อผู้ซื้อบ้านที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง (Real Demand) โดยทางอ้อม เพราะเมื่อการเก็งกำไรในตลาดลดน้อยลง ราคาบ้านและคอนโดจะมีเสถียรภาพมากขึ้น ไม่ผันผวนหรือดีดตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการปั่นราคา ทำให้ผู้ที่มองหาบ้านหลังแรกหรือบ้านสำหรับครอบครัว สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ในระดับราคาที่สมเหตุสมผลและสอดคล้องกับมูลค่าที่แท้จริง


  4. มาตรการ LTV ช่วยให้สินเชื่อของสถาบันการเงินให้มีเสถียรภาพ

    มาตรการ LTV ทำหน้าที่เป็นมาตรฐานกลาง ในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน ช่วยให้การอนุมัติสินเชื่อเป็นไปอย่างรอบคอบและมีคุณภาพมากขึ้น เป็นการป้องกันการแข่งขันการให้สินเชื่อระหว่างธนาคารที่อาจนำไปสู่การผ่อนปรนเงื่อนไขมากเกินไป จนเกิดเป็นสินเชื่อที่ด้อยคุณภาพ มาตรการนี้จึงช่วยรักษามาตรฐานและสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบธนาคารในภาพรวม


  5. รักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน

    เป้าหมายของมาตรการ LTV คือการดูแลเสถียรภาพของระบบการเงินในระยะยาว โดยการควบคุมการเติบโตของสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบที่อาจลุกลามจากปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่ภาคการเงินทั้งหมด การมีมาตรการ LTV ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างยั่งยืนและมีความสามารถในการรับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้น


เคาะแล้ว ผ่อนคลาย LTV ลดค่าโอน - จดจำนอง 0.01%

แสนสิริฟันธง ปีนี้ดีที่สุดสำหรับคนอยากมีบ้าน! ร่วมไขข้อข้องใจ มาตราการผ่อนคลาย LTV คืออะไร ค่าโอนและจดจำนองลดลงเท่าไหร่ เรามีคำตอบและความรู้ดีๆ มาฝากกันค่ะ??

#TikTokUni #TikTokความรู้ #TikTokอสังหา #ลดค่าโอนจดจำนอง #เรื่องจริงINHOUSE #Sansiri


มาตรการ LTV คือ เครื่องมือสำคัญ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้กำกับดูแลสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ผ่านการกำหนดอัตราส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน หรือเงินดาวน์ขั้นต่ำ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการเก็งกำไรที่เกินควร ลดความเสี่ยงหนี้เสีย (NPL) และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจในภาพรวม ขณะเดียวกัน มาตรการ LTV ล่าสุด ได้มีการปรับปรุงและผ่อนปรนตามสถานการณ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการมีบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริงให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น นับเป็นมาตรการสำคัญที่มีผลต่อทุกภาคส่วนในวงการอสังหาริมทรัพย์


สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านหลังแรก หรือกำลังวางแผนซื้อที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่จริง มาตรการ LTV ล่าสุด ถือเป็นมาตรการที่ช่วยให้คุณมีบ้านได้ง่ายขึ้น ซึ่ง แสนสิริมีโครงการให้เลือกหลากหลาย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม บนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ช่วยให้คุณเข้าถึงบ้านในฝันได้ง่ายขึ้น




คำถามที่พบบ่อย

Q :

หากราคาประเมินต่ำกว่าราคาซื้อขาย จะได้กู้ตามราคาไหน?

A :

ธนาคารจะอ้างอิงวงเงินกู้ตาม ราคาที่ต่ำกว่า ระหว่างราคาซื้อขายกับราคาประเมิน เพื่อความปลอดภัยทางการเงิน


Q :

มาตรการ LTV มีผลย้อนหลังกับผู้กู้ที่ทำสัญญาสินเชื่อแล้วหรือไม่?

A :

เกณฑ์นี้ไม่มีผลย้อนหลังกับผู้กู้ที่ได้ทำสัญญากู้ไปแล้ว


Q :

เกณฑ์นี้ใช้กับสถาบันการเงินใดบ้าง?

A :

เกณฑ์นี้ใช้ได้กับทั้งสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs)


Q :

การผ่อนบ้านร่วมกับคนอื่น LTV จะคำนวณอย่างไร?

A :

LTV จะคำนวณตาม ราคาประเมินบ้านกับจำนวนวงเงินกู้รวม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้กู้


Q :

LTV มีผลต่อการรีไฟแนนซ์หรือไม่?

A :

มีผลในบางกรณี โดยเฉพาะถ้ามีการกู้เพิ่มวงเงิน (Top-up) เพราะธนาคารจะพิจารณาอัตรา LTV ของสินเชื่อใหม่ร่วมด้วย


ดีลป็อบ ท็อปชาร์ต
ยูนิตลดแรง ราคาดีเวอร์

คู่มืออสังหาฯยอดนิยม

  1. ผ่อนคอนโดเดือนละ 3,000-5,000 ทำได้จริงหรือหลอก? | แสนสิริ อ่านเพิ่มเติม >


  1. ซื้อบ้านควรหันทิศไหนดี ทิศใต้หรือทิศเหนือตามฮวงจุ้ย อ่านเพิ่มเติม >


  1. รวมมาตรการกระตุ้นซื้อบ้าน อสังหา 2569 ลดค่าโอน ดอกเบี้ยถูก | แสนสิริ อ่านเพิ่มเติม >


  1. ดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 1.50% แล้วคนซื้อบ้านได้ประโยชน์อะไร อ่านเพิ่มเติม >


  1. ส้วมตัน ชักโครกกดไม่ลง มีสาเหตุมาจากอะไร พร้อมวิธีแก้ส้วมตันด้วยตัวเอง อ่านเพิ่มเติม >


โครงการที่น่าสนใจ

โครงการใหม่
เวีย 34

เวีย 34

คอนโดมิเนียม Low Rise ใจกลางสุขุมวิท ส่วนตัวสูงสุดเพียง 45 ยูนิต ใกล้ BTS สุขุมวิททองหล่อ เพียง 300 เมตร บนทำเลแห่งไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน ใช้ชีวิตได้เต็มที่

โครงการพร้อมอยู่
เศรษฐสิริ วัชรพล - เทพรักษ์

เศรษฐสิริ วัชรพล - เทพรักษ์

บ้านเดี่ยว วัชรพล สไตล์ Georgian บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วนเพียง 2.8 กม. เชื่อมต่อได้ทั้ง ถ.เทพรักษ์ ถ.พหลโยธิน ถ.รามอินทรา ถ.วัชรพล และใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว

เริ่มต้นที่ 13.99 ล้านบาท
โครงการพร้อมอยู่
เศรษฐสิริ บางนา กม.10

เศรษฐสิริ บางนา กม.10

บ้านเดี่ยว บางนา สะดวกสบายบนทำเลบางนา-ตราด กม. 10 ครบทุกศักยภาพการเดินทางและการใช้ชีวิต

เริ่มต้นที่ 24.9 ล้านบาท
โครงการพร้อมอยู่
นาราสิริ บางนา กม.10

นาราสิริ บางนา กม.10

บ้านเดี่ยว บางนา กม. 10 กับการดีไซน์งดงามทุกรายละเอียด ครบทุกศักยภาพเพื่อการเดินทางและการใช้ชีวิต

เริ่มต้นที่ 60 ล้านบาท
โครงการพร้อมอยู่
สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3

สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3

บ้านเดี่ยว พุทธมณฑล สไตล์โมเดิร์น ฟาร์มเฮาส์ โครงการใหม่ ที่ดินใหญ่ 100 ตารางวา เพียง 5 นาที สู่ถนนบรมราชชนนี

เริ่มต้นที่ 13.9 ล้านบาท
โครงการใหม่
วาลเลส เฮาส์

วาลเลส เฮาส์

คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้แห่งใหม่ล่าสุด บนทำเล T77 Community ที่เต็มไปด้วยชีวิตดีๆ ใจกลางอ่อนนุช จากแสนสิริ ใกล้ BTS อ่อนนุช ไม่กี่นาทีสู่ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพื้นที่ส่วนกลางรองรับเจ้าตัวเล็กของคุณ

เริ่มต้นที่ 4.89 ล้านบาท

บทความที่เกี่ยวข้องกับ “เตรียมตัวก่อนซื้อ”

ผ่อนคอนโดเดือนละ 3,000-5,000 ทำได้จริงหรือหลอก?

ผ่อนคอนโดกี่ปี เงินเดือนเท่านี้ผ่อนคอนโดล้านละเท่าไหร่ ผ่อนคอนโด เดือนละ 3,000 ได้จริงไหม คอนโด 2 ล้านผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ทุกคำถาม แสนสิริมีคำตอบ

ซื้อบ้านควรหันทิศไหนดี ทิศใต้หรือทิศเหนือตามฮวงจุ้ย

บ้านควรหันทิศไหนดี ทิศใต้หรือทิศเหนือตามฮวงจุ้ย ที่จะช่วยให้อยู่แล้วปัง อยู่แล้วสบายทั้งครอบครัว มีทิศไหนบ้าง ต้องรีบไปดูกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569 เสียเท่าไหร่ ใครจ่ายบ้าง

เจาะลึกภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จัดการกับภาษีบ้านและคอนโดยังไงให้ภาษีบ้านและที่ดินเป็นเรื่องเล็กสำหรับคุณ

ผ่อนคอนโดเดือนละ 3,000-5,000 ทำได้จริงหรือหลอก?

ผ่อนคอนโดกี่ปี เงินเดือนเท่านี้ผ่อนคอนโดล้านละเท่าไหร่ ผ่อนคอนโด เดือนละ 3,000 ได้จริงไหม คอนโด 2 ล้านผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ทุกคำถาม แสนสิริมีคำตอบ

ซื้อบ้านควรหันทิศไหนดี ทิศใต้หรือทิศเหนือตามฮวงจุ้ย

บ้านควรหันทิศไหนดี ทิศใต้หรือทิศเหนือตามฮวงจุ้ย ที่จะช่วยให้อยู่แล้วปัง อยู่แล้วสบายทั้งครอบครัว มีทิศไหนบ้าง ต้องรีบไปดูกัน

ไม่พลาด ข่าวสารและบทความดีๆ

กรุณากรอกข้อมูลเพื่อรับข่าวสาร และข้อมูลสิทธิพิเศษจากแสนสิริก่อนใคร

ประเภทโครงการที่คุณสนใจ


เพื่อให้ท่านทราบวิธีและกระบวนการ ที่เราดำเนินการจัดเก็บข้อมูล วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล
ท่านสามารถศึกษารายละเอียด แบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ได้ที่นี่ คลิก

คำถามที่พบบ่อย

  • A :
  • - ซื้อบ้าน เป็นการลงทุนระยะยาว แต่สามารถสร้างสินทรัพย์ให้ตัวเองได้ และถ้าเลือกซื้อในทำเลที่ดีมีแนวโน้มที่จะสร้างกำไรได้
    - เช่าบ้าน เหมาะกับคนที่ยังไม่มั่นใจเรื่องทำเล และไม่ต้องการที่จะมีภาระผูกพันระยะยาว แต่ก็จะไม่มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง และค่าเช่าอาจจะเพิ่มขึ้นหรือถูกบังคับให้ย้ายออก หากเจ้าของบ้านต้องการขายหรือใช้งานเอง

    สามารถเลือกดูโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมน่าลงทุนที่คุ้มค่าน่าซื้อได้ที่แสนสิริ
ดีลป็อบ ท็อปชาร์ต
ยูนิตลดแรง ราคาดีเวอร์

คู่มืออสังหาฯยอดนิยม

  1. ผ่อนคอนโดเดือนละ 3,000-5,000 ทำได้จริงหรือหลอก? | แสนสิริ อ่านเพิ่มเติม >


  1. ซื้อบ้านควรหันทิศไหนดี ทิศใต้หรือทิศเหนือตามฮวงจุ้ย อ่านเพิ่มเติม >


  1. รวมมาตรการกระตุ้นซื้อบ้าน อสังหา 2569 ลดค่าโอน ดอกเบี้ยถูก | แสนสิริ อ่านเพิ่มเติม >


  1. ดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 1.50% แล้วคนซื้อบ้านได้ประโยชน์อะไร อ่านเพิ่มเติม >


  1. ส้วมตัน ชักโครกกดไม่ลง มีสาเหตุมาจากอะไร พร้อมวิธีแก้ส้วมตันด้วยตัวเอง อ่านเพิ่มเติม >