ในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากภาคการส่งออก การผลิตที่ชะลอตัว อีกทั้งภาวะสงครามในปัจจุบัน ทำให้ทิศทางของ 'อัตราดอกเบี้ยนโยบาย' ต้องปรับตัวตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จากที่เราได้เห็นดอกเบี้ยไต่ระดับขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 10 ปี (ที่ระดับ 2.50% ต่อปี) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ หลังจากนั้น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็ได้มีมติทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้สินให้กับประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังมีความเสี่ยงจากนโยบายการค้าโลก
แน่นอนว่าเมื่อทิศทางของดอกเบี้ยนโยบายมีการเปลี่ยนแปลง อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ก็ย่อมปรับตัวตามไปด้วย กลไกนี้จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนที่กำลังวางแผน 'ซื้อบ้าน' หรือมีภาระผ่อนบ้านอยู่ เกิดคำถามตามมาว่า ท้ายที่สุดแล้วดอกเบี้ยนโยบายคืออะไร? การขึ้นลงของดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าเราอย่างไร? และที่สำคัญที่สุด... ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจแบบนี้ คนซื้อบ้านจะต้องเจอกับอัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่กันแน่? บทความนี้ แสนสิริ จะพาไปเจาะลึกทุกคำตอบ พร้อมอัปเดตวิธีรับมือแบบที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กัน
ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกับคำว่า “ดอกเบี้ยนโยบาย” หรือ Policy Rate นั้นหมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางของแต่ละประเทศกำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นดอกเบี้ยอ้างอิง และดอกเบี้ยนโยบายนี้ยังเปรียบเสมือนเครื่องมือหลักในการส่งสัญญาณนโยบายการเงิน ซึ่งสำหรับประเทศไทยจะมีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จากธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงค์ชาติ) เป็นผู้กำกับดูแลดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ภายใต้กรอบของเงินเฟ้อไม่ให้เกิน 3% โดยสามารถทำได้ 3 กรณีคือ
ผู้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทย คือคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย กนง. จะมีการจัดการประชุมกัน ปีละ 6 ครั้ง เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจจากหลายปัจจัยประกอบกัน เช่น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP), อัตราเงินเฟ้อ, การส่งออก, การจ้างงาน, สถานการณ์เศรษฐกิจโลก และเมื่อประเมินรอบด้านแล้ว กนง. จึงจะลงมติเพื่อตัดสินใจว่าจะ "ปรับขึ้น", "ปรับลด" หรือ "คง" อัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อรักษาความสมดุลของเศรษฐกิจในประเทศ
การปรับขึ้นหรือลงของดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งกำหนดโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ของธนาคารแห่งประเทศไทย มีผลกระทบโดยตรงต่อดอกเบี้ยบ้านที่เราต้องจ่ายในแต่ละเดือน หรือหากพูดให้เห็นภาพง่าย ๆ ดอกเบี้ยนโยบายก็เปรียบเสมือนต้นทุนตั้งต้น หรือราคาขายส่งเงินทุนที่ธนาคารพาณิชย์รับมา เมื่อต้นทุนตรงนี้เปลี่ยนไป ธนาคารพาณิชย์ก็จำเป็นต้องปรับดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากให้สอดคล้องกัน ดังนี้
ผลกระทบที่คุณจะได้รับขึ้นอยู่กับว่า ตอนนี้เงื่อนไขสัญญากู้บ้านของคุณอยู่ในระยะไหน ดังนี้
โดยปกติคือช่วง 1 - 3 ปีแรกของการกู้ หากดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้นในช่วงนี้ คุณจะ ยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ครับ สบายใจได้ เพราะค่างวดและสัดส่วนดอกเบี้ยของคุณถูกล็อกเอาไว้ตามสัญญาแล้ว จนกว่าจะหมดระยะเวลาโปรโมชั่น
เมื่อพ้นโปรโมชั่น ดอกเบี้ยของคุณจะถูกผูกติดกับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคาร กลุ่มนี้คือคนที่รับผลกระทบไปเต็มๆ เมื่อดอกเบี้ยนโยบายขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ
เมื่อพ้นโปรโมชั่น ดอกเบี้ยของคุณจะถูกผูกติดกับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคาร กลุ่มนี้คือคนที่รับผลกระทบไปเต็มๆ เมื่อดอกเบี้ยนโยบายขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ
ทั้งนี้ หากคุณกำลังอยู่ในช่วงดอกเบี้ยลอยตัวและรู้สึกว่าภาระดอกเบี้ยเริ่มสูงเกินไป การเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม (Retention) หรือ
รีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อรับโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำลง ก็เป็นอีกวิธีการบริหารจัดการเงินที่ชาญฉลาดและเป็นเรื่องที่คนมีบ้านทุกคนควรหมั่นทำทุก ๆ 3 ปี
หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 1.75% ต่อปี และมีผลให้บังคับใช้ทันที เรียกว่าเป็นการลดระดับดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ในรอบปี เป็นผลมาจากทางคณะกรรมการฯ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์นโยบายการค้าสหรัฐฯ และการตอบโต้ของประเทศเศรษฐกิจหลักนำไปสู่การปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ การเงิน และการค้าโลก ที่นำไปสู่ความไม่แน่นอนสูง ซึ่งการลดดอกเบี้ยนโยบายนี้ จะช่วยสร้างความเหมาะสมกับแนวโน้มและความเสี่ยงของเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ในอนาคต
หมดความกังวลเรื่องผ่อนบ้าน เมื่อได้คำนวณเงินกู้
แน่นอนว่าเมื่อมีประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายในรอบปี นอกจากจะช่วยลดภาระหนี้ในครัวเรือนของประชาชนแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้คนซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น ทั้งนี้คาดการณ์ว่าจะช่วยเพิ่มดีมานประมาณ 2% ส่งผลต่อการเติบโตของวงการอสังหาฯ ประกอบกัยช่วยทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้ต่างชาติโอนมากขึ้น ขณะที่คนซื้อบ้านคนไทยก็มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นตาม
| ธนาคาร | MLR | MRR |
|---|---|---|
| ธนาคารไทยพาณิชย์ | 6.3500 | 6.5750 |
| ธนาคารกรุงศรีอยุธยา | 6.5500 | 6.6700 |
| ธนาคารกสิกรไทย | 6.5200 | 6.5800 |
| ธนาคารกรุงไทย | 6.3000 | 6.8450 |
| ธนาคารกรุงเทพ | 6.3500 | 6.5000 |
ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย (อ้างอิงข้อมูลวันที่ 07 พฤษภาคม 2569)
ทำความเข้าใจ MLR MRR และ MOR คืออะไร ได้ที่นี่
ดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้น ดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยปรับตัวตาม แม้จะได้รับผลกระทบ แต่ก็มีผู้กู้ซื้อบ้านบางกลุ่ม ที่ยังคงได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ ดังนั้นหากใครที่กำลังอยากซื้อบ้าน แนะนำให้รีบซื้อ แถมได้ข้อเสนอพิเศษ สามารถเข้าไปเลือกชมโครงการบ้านและทาวน์โฮมจากแสนสิริได้ที่นี่
อัตราดอกเบี้ยบ้าน ล่าสุด 2569 MRR ปัจจุบัน สินเชื่อบ้าน-คอนโด | แสนสิริ อ่านเพิ่มเติม >
เปรียบเทียบดอกเบี้ยบ้าน กู้ซื้อบ้านธนาคารไหนดี ดอกเบี้ยต่ำ อ่านเพิ่มเติม >
ค่าใช้จ่ายโอนบ้านให้ลูกปี 2569 เท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง อ่านเพิ่มเติม >
รวมเรื่องต้องรู้ เงินเดือนเท่านี้ กู้บ้านได้เท่าไร อ่านเพิ่มเติม >
วันหยุด 2569 ไปไหนดี? เช็กวันหยุดยาว พร้อม 5 ซีรีส์แนะนำสายติดบ้าน อ่านเพิ่มเติม >
อัตราดอกเบี้ยบ้าน เดือนตุลาคม 2569 MRR ปัจจุบัน จากธนาคารชั้นนำ พร้อมความรู้ดอกเบี้ยบ้าน MRR และเครื่องมือคำนวณเงินกู้เบื้องต้น
ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ บ้าน คอนโด (Refinance) ปี 2569 ธนาคารไหนดี เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารชั้นนำ และเครื่องมือคำนวณเงินกู้เบื้องต้น
อัตราดอกเบี้ยบ้าน เดือนตุลาคม 2569 MRR ปัจจุบัน จากธนาคารชั้นนำ พร้อมความรู้ดอกเบี้ยบ้าน MRR และเครื่องมือคำนวณเงินกู้เบื้องต้น
ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ บ้าน คอนโด (Refinance) ปี 2569 ธนาคารไหนดี เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารชั้นนำ และเครื่องมือคำนวณเงินกู้เบื้องต้น
อัตราดอกเบี้ยบ้าน ล่าสุด 2569 MRR ปัจจุบัน สินเชื่อบ้าน-คอนโด | แสนสิริ อ่านเพิ่มเติม >
เปรียบเทียบดอกเบี้ยบ้าน กู้ซื้อบ้านธนาคารไหนดี ดอกเบี้ยต่ำ อ่านเพิ่มเติม >
ค่าใช้จ่ายโอนบ้านให้ลูกปี 2569 เท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง อ่านเพิ่มเติม >
รวมเรื่องต้องรู้ เงินเดือนเท่านี้ กู้บ้านได้เท่าไร อ่านเพิ่มเติม >
วันหยุด 2569 ไปไหนดี? เช็กวันหยุดยาว พร้อม 5 ซีรีส์แนะนำสายติดบ้าน อ่านเพิ่มเติม >