โครงการต่างๆ ที่น่าสนใจ

        โครงการที่เกี่ยวข้อง

          “เริ่มพูด”

          คำที่ต้องการค้นหา

          กำลังประมวลผล ...

          “ไม่ได้รับข้อมูลเสียง”

          ลองใหม่อีกครั้งนะคะ

          ลงชื่อเข้าใช้งาน

          คำแนะนำการซื้ออสังหาริมทรัพย์

          เจาะลึกทุกรายละเอียดการลงทุนอสังหาฯ อย่างเชี่ยวชาญ ได้ที่นี่

          ลงทุนอสังหาฯ ระยะสั้น VS ระยะยาว แบบไหนปลอดภัยสุด?

          ลงทุนอสังหาฯ ระยะสั้น VS ระยะยาว แบบไหนปลอดภัยสุด?

          สืบเนื่องจากทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่เว้นแม้กระทั่งการลงทุนในทรัพย์สินที่มีพื้นฐานทางด้านลงทุนมั่นคงอย่างอสังหาฯ ดังนั้นเหล่านักลงทุนไม่ว่าจะมือใหม่หรือมืออาชีพ ย่อมต้องทำการศึกษารูปแบบการลงทุนอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างหรือปัจจัยความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

          ลงทุนอสังหาฯ ระยะสั้น VS ระยะยาว แตกต่างกันอย่างไร

          สำหรับนักลงทุนอสังหาฯ ที่พอมีประสบการณ์ด้านการลงทุนมาพอสมควรอยู่แล้ว แน่นอนว่าต้องเข้าใจและรู้จักทั้ง 2 ประเภทของการลงทุน แต่ถึงกระนั้นก็เชื่อว่าบางคนยังไม่รู้ความต้องการตนเองว่าเหมาะกับการลงทุนอสังหาฯ แบบใด ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจแก่นแท้ของรูปแบบลงทุนอสังหาฯ มากขึ้น จึงจำเป็นต้องศึกษาความแตกต่างดังต่อไปนี้

          1. ลงทุนอสังหาฯ ระยะสั้น (Flipping) คือ การซื้ออสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน - คอนโดในราคาต่ำกว่าตลาด ณ ขณะที่มีการเปิดให้ซื้อขาย จากนั้นมีการปรับปรุงหรือเพิ่มมูลค่าเพื่อเก็งกำไร ซึ่งในรูปแบบนี้เรียกว่าการซื้อมาขายไปนั่นเอง ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งเป็นที่นิยมของนักลงทุนเวลานี้ จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากการขายใบจองคอนโด เป็นการขายในช่วงเวลาที่ยังไม่ถึงขั้นตอนการโอน แน่นอนว่าย่อมมาความเสี่ยงสูง เนื่องจากนักลงทุนจำเป็นต้องรีบปล่อยอสังหาฯ ที่ถือครองในมือให้เร็วที่สุด ดังนั้นจึงทำให้ต้องเร่งรีบกับเวลาอย่างมาก ประกอบกับจำเป็นต้องอาศัยการสร้าง Connection ในวงการอสังหาฯ พอสมควร เพื่อสร้างกลุ่มฐานลูกค้าที่มีความต้องการหาบ้านหรือคอนโดจริงๆ จึงทำให้นักลงทุนหลายรายมักต้องเผชิญกับความเสี่ยงค่อนข้างสูง

          2. ลงทุนอสังหาฯ ระยะยาว (Holding) คือ การซื้ออสังหาฯ เพื่อเก็งกำไรในระยะเวลานาน แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ
            2.1 ซื้อเพื่อเก็งกำไร พร้อมปล่อยขายหลังโอนไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ได้ Capital Gain ดี
            2.2 ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า สร้างรายได้ระยะยาว โดยจะคำนึงเรื่อง Rental Yield เป็นสำคัญ

          ส่วนใหญ่นิยมปล่อยขายบ้านหรือคอนโด เมื่อเวลาร่วงโรยไปมากกว่า 2 ปีขึ้นไป เนื่องจากมูลค่าของอสังหาฯ จากการประเมินราคามักมีการปรับตัวสูงขึ้นตามราคาที่ดินและความเจริญของพื้นที่ สำหรับรูปแบบของการลงทุนลักษณะนี้ จะเหมาะกับกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการ Passive Income เป็นประจำสม่ำเสมอทุกเดือน แม้ในช่วงระยะแรกอาจจะต้องเผชิญความกดดันในการผู้เช่า แต่ถ้าโครงการอสังหาฯ ที่นักลงทุนได้ซื้อตั้งอยู่ในทำเลในเมือง แหล่งชุมชน แหล่งท่องเที่ยง หรือเป็นแหล่งงาน ซึ่งมีระดับความต้องการสูง ทำให้อัตราผลตอบแทน (Yield) นั้นอยู่ในระดับสูง แน่นอนว่านักลงทุนหายห่วงเรื่องการเกร็งกำไร แต่ถ้าบางโครงการมี Yield Guarantee นั้นจะยิ่งเป็นการช่วยเพิ่มฐานความมั่นคงของผลตอบแทนนักลงทุน เหตุนี้จึงทำให้นักลงทุนไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงมากเหมือนกับการลงทุนอสังหาฯ ระยะสั้น

          ประโยชน์ที่ได้รับ จากการลงทุนอสังหาฯ ทั้ง 2 รูปแบบ

          แม้ว่าประโยคยอดฮิตอย่าง “การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง” จะติดอยู่ในหัวของการลงทุนอสังหาฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นชื่อว่าการลงทุนย่อมมีเรื่องของผลกำไรและประโยชน์ที่จะได้รับเกิดขึ้นกับนักลงทุนอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจแก่นแท้ของการลงทุน จึงได้มีการรวบรวมประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุนอสังหาฯ ทั้ง 2 รูปแบบดังนี้

          ลงทุนอสังหาฯ ระยะสั้น

          ลงทุนอสังหาฯ ระยะยาว

          1. แม้ว่าจะเป็นการลงทุนที่ต้องแข่งกับเวลา แต่ทำให้นักลงทุนมักยิ้มออกเมื่อปล่อยอสังหาฯ ได้ เนื่องจากได้เงินและกำไรเร็ว 1. การลงทุนอสังหาฯ ระยะยาว ทำให้นักลงทุนได้ Passive Income ที่มั่นคง
          2. นักลงทุนที่มีความชำนาญในการลงทุนระยะสั้น หรือเรียกง่ายๆ ว่ามีชั่วโมงบินสูง เมื่อประสบความสำเร็จจากการปล่อยอสังหาฯ หลายๆ รอบ ก็ถือได้ว่ามีกำไรเยอะกว่าการลงทุนระยะยาวเลยทีเดียว 2. มูลค่าอสังหาฯ จะถูกปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้นทุกปี จึงทำให้นักลงทุนได้กำไรสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
          3. การลงทุนอสังหาฯ ระยะยาว นักลงทุนไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับเวลาเหมือนกับการลงทุนอสังหาฯ ระยะสั้น ทั้งนี้หากเก็บโครงการอสังหาฯ ไว้ไปนานๆ เมื่ออยากขายต่อ ก็ทำให้ได้กำไรเพิ่มขึ้นจากมูลค่าอสังหาฯ ที่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา 3. การลงทุนอสังหาฯ ระยะยาว นักลงทุนไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับเวลาเหมือนกับการลงทุนอสังหาฯ ระยะสั้น ทั้งนี้หากเก็บโครงการอสังหาฯ ไว้ไปนานๆ เมื่ออยากขายต่อ ก็ทำให้ได้กำไรเพิ่มขึ้นจากมูลค่าอสังหาฯ ที่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

          อย่างไรก็ตามการลงทุนอสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว
          ควรมองทั้งความสามารถทางการเงินของตนเองและปัจจัยความเสี่ยงในตลาดเป็นสำคัญ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดผลกระทบต่อสภาพการซื้อ - ขายในตลาด จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสภาพเศรษฐกิจในประเทศเกิดความสั่นคลอน สืบเนื่องจากสภาพตลาดอสังหาฯ กับเศรษฐกิจของประเทศ นั้นจำเป็นต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน