เจาะลึกเพื่อลงทุน

เจาะลึกเพื่อลงทุน

10 คำศัพท์ทางธุรกิจควรรู้ เมื่อคิดลงทุนอสังหาฯ

10 คำศัพท์ทางธุรกิจควรรู้ เมื่อคิดลงทุนอสังหาฯ

เมื่อคิดจะลงทุนอสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือสายอาชีพ จำเป็นต้องศึกษาคำศัพท์อสังหา ที่พบเจอระหว่างทางของการลงทุน เพื่อทำความเข้าใจพร้อมเลือกวิธีการลงทุนอย่างถูกต้อง และลดความเสี่ยงที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกโอกาส


1. Presales

เป็นคำศัพท์ทางธุรกิจที่คุ้นเคยในหมู่นักลงทุนอสังหาฯ ประเภทคอนโด เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เกิดการซื้อขายอสังหาฯ ในราคาช่วงก่อนเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ จึงทำให้นักลงทุนได้ราคาต่ำกว่าตลาด ประกอบกับสามารถเลือกจองตำแหน่งห้องชุดได้ก่อนคนอื่น อีกทั้งยังสามารถถือสิทธิ์ครองโครงการเป็นระยะเวลา 2-3 ปี ก่อนสร้างเสร็จ


2. Resales

คือราคาขายต่อหลังจากที่โครงการนั้นได้สร้างเสร็จแล้ว หรือบางคนอาจเรียกอย่างหนึ่งว่าขายดาวน์ ซึ่งจะมีราคาสูงกว่า ช่วง Presales และเปิดตัวโครงการในระยะแรก ข้อดีของการซื้อช่วง Resales ในแง่ของผู้ซื้อคือ ได้เห็นสภาพบ้านหรือห้องชุด วัสดุที่ใช้ ทำเลที่ตั้ง ตลอดไปถึงวิวทิวทัศน์ทั้งหมดก่อนตัดสินใจซื้อ ในขณะที่นักลงทุนสามารถทำกำไรที่ปรับตัวตาม Capital Gain (ผลกำไรส่วนต่างจากราคาหลักทรัพย์) ได้ในระยะยาว


3. VIP Day

วันพิเศษที่ผู้พัฒนาโครงการจัดขึ้นให้กับลูกค้าเก่าของบริษัท โดยจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งราคา ส่วนลด ของแถม รวมถึงการเลือกตำแหน่งห้องก่อนคนอื่น


4. Capital Gain

สำหรับคำนี้ ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญสำหรับนักลงทุนอสังหาฯ เนื่องจากเป็นการเก็งกำไรที่เกิดขึ้นจากมูลค่าของอสังหาฯ ซึ่งมีการปรับตัวจากวันที่ซื้อ โดยนักลงทุนส่วนใหญ่มักใช้ Capital Gain เป็นตัวตัดสินว่าโครงการอสังหาฯ นั้นคุ้มจะลงทุนหรือไม่ ซึ่งนักลงทุนสามารถคิดคำนวณอัตราค่าเฉลี่ย Capital Gain ได้ด้วยตนเอง


5. Rental Yield Rate

Rental Yield คือ คำศัพท์อสังหาอีกคำหนึ่งที่นักลงทุนจำเป็นต้องทำความเข้าใจและศึกษาอย่างถ่องแท้ เพราะเป็นคำจำกัดความหมายของอัตราผลตอบแทนการปล่อยเช่าทั้งในส่วนของคอนโดและบ้านตลอดทั้งปี ซึ่งนักลงทุนสามารถคาดคะเนรายได้จากสูตรคำนวณ โดยหากคิดออกมาแล้ว Rental Yield Rate อยู่ในระดับ 5-7% ถือว่าโครงการนั้นควรค่าแก่การลงทุน


6. Occupancy Rate

ในที่นี่หมายถึงอัตราการเข้าอยู่อาศัยของคอนโดฯ โดยสามารถวัดคุณภาพของโครงการได้จากจำนวนผู้พักอาศัย เพราะหากโครงการไหนมีจำนวนผู้เข้าอยู่อาศัยจำนวนมาก ยิ่งวัดได้ว่ามีความต้องการเข้าอยู่อาศัยสูงด้วยเช่นกัน จึงเหมาะแก่การลงทุนเพื่อเกร็งเก็งกำไรจาก Capital Gain และ Rental Yield


7. Property Fund

สำหรับคำนี้จะเป็นที่รู้จักในหมู่นักลงทุนอสังหาฯ ที่เลือกลงทุนในรูปแบบของกองทุน โดย Property Fund จะเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ โดยเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อนำเงินที่ได้จากการขายหน่วยลงทุนไปซื้อหรือเช่าอสังหาฯ ซึ่งกำไรที่ได้จากการบริหารอสังหาฯ จะถูกนำไปแบ่งให้ผู้ถือหน่วยลงทุน


8. REIT (Real Estate Investment Trust)

ส่วนใหญ่คนจะรู้จัก REIT ในรูปแบบของกองทรัชต์ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ โดยนักลงทุนอสังหาฯ ที่ถือใบทรัสต์จะเป็นผู้รับประโยชน์ในทรัพย์สินของกองทรัสต์ ซึ่ง REIT จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


9. New CBD

คำนี้ถูกย่อมาจาก New Central Business District หรือย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจ ซึ่งเหมาะแก่การลงทุน เนื่องจากมีอัตรา Capital Gain และ Rental Yield ค่อนข้างสูงตามดีมาน โดยทำเลที่ถูกยกระดับให้เป็น New CBD ได้แก่ พระราม 9 และ ห้าแยกลาดพร้าว


10. Prime Areas

เป็นทำเลที่มีศักยภาพและมักจะเพิ่มมูลค่าที่ดินรวมไปถึงอสังหาฯ อยู่เรื่อยๆ จึงมักเป็นที่นิยมของนักลงทุนอสังหาฯ ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในโซน CBD หรือ Central Business District อันได้แก่ สีลม-สาทร สุขุมวิท-ชิดลม-เอกมัย เป็นต้น


เชื่อว่าคำศัพท์ทางธุรกิจทั้ง 10 คำข้างต้น หากนักลงทุนเข้าใจความหมาย จะสามารถกำหนดแผนการลงทุนอสังหาฯ ให้มีเสถียรภาพ พร้อมช่วยลดความเสี่ยงปัญหาขาดทุนบางส่วนไปได้

ต้องการรับข่าวสาร

กรุณากรอกข้อมูลเพื่อรับข่าวสาร และข้อมูลสิทธิพิเศษจากแสนสิริก่อนใคร

ชื่อ ข้อมูลชื่อไม่ถูกต้อง
นามสกุล ข้อมูลนามสกุลไม่ภูกต้อง
อีเมลล์ ข้อมูลอีเมลล์ไม่ถูกต้อง
ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ไม่ถูกต้อง
กรุณาเลือกอาชีพ
กรุณาเลือกงบประมาณในการซื้อ

ประเภทโครงการที่คุณสนใจ

กรุณาเลือกงบประมาณในการซื้อ

บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลของท่าน เพื่อการติดต่อแจ้งข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ บริการของ บริษัทฯ และนำเสนอโครงการที่น่าสนใจ คลิกที่นี่เพื่อดูนโยบายความเป็นส่วนตัว นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดและเงื่อนไข ของแสนสิริ th